ประวัติอำเภอพาน: เมืองที่มีหลายชื่อ กับตำนานที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาแห่งล้านนา

เคยขับรถผ่านอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย แล้วรู้สึกว่าที่นี่ก็เหมือนอำเภอทั่วๆ ไปไหมครับ? ถ้าใช่… บอกเลยว่าคุณอาจจะกำลังมองข้ามเรื่องราวสุดเข้มข้นที่ซ่อนอยู่ในดินแดนแห่งนี้! เพราะ “เมืองพาน” ที่เราเห็นกันทุกวันนี้ ไม่ได้เป็นแค่เมืองทางผ่าน แต่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ซับซ้อน และมีเรื่องเล่าที่สนุกกว่าที่คิดเยอะเลยครับ

วันนี้ ผมจะพาทุกคนย้อนเวลากลับไปสำรวจตัวตนของเมืองพานกัน… แต่ก่อนจะไปคุยเรื่องประวัติศาสตร์ เราต้องเข้าใจ “บ้าน” ของเขาก่อนครับ

ทำเลทองแห่งล้านนา ทำไมใครๆ ก็อยากอยู่?

ลองนึกภาพตามนะครับ… เมืองพานตั้งอยู่ในแอ่งที่ราบเชียงรายตอนกลางๆ คั่นกลางระหว่างเชียงรายกับพะเยาพอดีเป๊ะ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่ม ดินดีสุดๆ เพราะเป็นดินตะกอนที่แม่น้ำพัดมาทับถมกันจนอุดมสมบูรณ์ เหมาะกับการปลูกอะไรก็งอกงามไปหมด

ฝั่งตะวันตกมี เทือกเขาผีปันน้ำตะวันตก ที่มี “ดอยหมอก” เป็นพี่ใหญ่คอยกั้นเขตกับอำเภอเวียงป่าเป้า โดยมีดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ซึ่งเทือกเขานี้แหละที่เป็นต้นกำเนิดของ “น้ำแม่ส้าน” และ “น้ำแม่คาว” สองแม่น้ำสายเล็กๆ แต่เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนพานมาตั้งแต่อดีต

ส่วนฝั่งตะวันออกก็มี “ดอยด้วน” หรือ “ดอยหัวง้ม” ดอยแห่งตำนานที่ชื่อโผล่มาในพงศาวดารบ่อยมาก บรรยากาศก็ดี๊ดี… มี 3 ฤดูชัดเจน หน้าร้อนก็ร้อนจริง หน้าหนาวบางปีเลขตัวเดียวก็เคยเห็นมาแล้ว ส่วนหน้าฝนก็ชุ่มฉ่ำสมเป็นเมืองเหนือ

ด้วยทำเลที่เพอร์เฟกต์ขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่พื้นที่แถบนี้มีคนจับจองมาตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์! เราเจอหลักฐานตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ในถ้ำ มีร่องรอยเมืองโบราณที่มีคูน้ำคันดินกระจายอยู่ทั่วไป

แถมยังขุดเจอเศษเครื่องปั้นดินเผาและเตาเผาโบราณที่บ้านโป่งแดงกับบ้านหนองผักจิกอีกด้วย แสดงว่าที่นี่ไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัย แต่เคยเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเครื่องปั้นดินเผาที่สำคัญของล้านนาเลยทีเดียว!

จาก “ปันนาคัว” สู่ “เมืองพาน”: เกมเปลี่ยนชื่อสุดมันส์ในประวัติศาสตร์

เอาล่ะครับ… มาถึงช่วงไฮไลต์! คุณรู้ไหมว่าก่อนจะมาเป็น “เมืองพาน” ดินแดนแห่งนี้เคยเปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้งหลายคราอย่างกับคนเปลี่ยนชื่อตามหมอดู!

เรื่องมันเริ่มขึ้นในสมัยที่ที่นี่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ อาณาจักรภูกามยาว (พะเยา) ตอนนั้นเมืองนี้มีชื่อว่า “ปันนาคัว” เป็นเมืองหน้าด่านทางเหนือที่อุดมสมบูรณ์มากๆ

แต่แล้วเรื่องก็เกิด! สมัยพญาเจื๋องยกทัพผ่านเมืองนี้ ดันไปเจอพรานป่าคนหนึ่งไม่ยอมทำความเคารพ เลยถูกสั่งจับไปมัดแช่น้ำในลำน้ำแม่ฮ่างซะหนึ่งวันหนึ่งคืน! ตั้งแต่นั้นมา “ปันนาคัว” เลยถูกเรียกชื่อใหม่ตามวีรกรรมนี้ว่า “เมืองแจ้พราน” (แจ้ ก็คือ แช่ นั่นแหละครับ)

ยังไม่จบครับ! ต่อมาในยุคเจ้าคำลือ โอรสเจ้าเมืองภูกามยาว มาครองเมืองนี้ ท่านเป็นคนใจร้อน เด็ดเดี่ยว ทำอะไรปุบปับรวดเร็ว ชาวบ้านเลยตั้งฉายาให้ว่า “พญาห้าว” ชื่อเมืองก็เลยเปลี่ยนตามคนปกครองไปเป็น “เวียงห้าว” ซะเลย! ซึ่งซากเมืองเก่าที่บ้านดงสันป่าหนาดทุกวันนี้ ก็คือหลักฐานของเวียงห้าวนี่เอง

จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่: เมื่อเมืองกลายเป็นเมืองร้าง และการกลับมาอีกครั้ง

เรื่องราวกำลังเข้มข้น แต่แล้วก็ถึงจุดพลิกผันครั้งใหญ่ เมื่อพม่ายกทัพมายึดล้านนาในสมัยพระเจ้าบุเรงนอง เมืองต่างๆ ถูกตีแตก ผู้คนหนีตายกันกระจัดกระจาย “เวียงห้าว” เองก็ไม่รอดครับ สุดท้ายกลายเป็นเมืองร้าง เหลือเพียงชาวลัวะและคนเมืองอยู่ประปรายตามป่าเขา เรื่องราวของเมืองนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์…

จนกระทั่งยุครัตนโกสินทร์ ในสมัย “เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง” ของพระเจ้ากาวิละ ที่มีการฟื้นฟูบ้านเมืองครั้งใหญ่ มีการกวาดต้อนผู้คนจากเมืองต่างๆ ทางตอนบนของล้านนากลับเข้ามา หนึ่งในนั้นคือกลุ่มคนที่ถูกอพยพจากลำพูน ให้มาตั้งรกรากใหม่ที่ “เวียงห้าว” เมืองร้างแห่งนี้

ตอนนั้นมีผู้นำชื่อ “นายจินดาโจร” พาผู้คนมาช่วยกันฟื้นฟูเมืองร้างจนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า “เมืองพาน” ซึ่งอาจจะมาจากคำว่า “พานพบ” หรือบางตำนานก็ว่ามาจาก “ฟาน” (เก้ง) เพราะแถวนั้นมีฟานอยู่เยอะมากนั่นเอง

ทฤษฎีสุดพีค: หรือ “เมืองพาน” ในตำนาน… ไม่ใช่เมืองพานที่นี่?

เดี๋ยวก่อนครับ! เรื่องมันมี Twist มากกว่านั้น… มีข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจมากๆ ว่า ชื่อ “เมืองพาน” ที่ปรากฏในพงศาวดารเก่าๆ ของเชียงใหม่ ที่ว่าเจ้าเมืองพานไปมีบทบาททางการเมืองนั้น… อาจจะหมายถึง “เมืองพาน” อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ในรัฐฉานของพม่า!

มีบันทึกที่บอกว่า คนไตกลุ่มแรกๆ ที่อพยพมาอยู่ที่นี่ มาจาก “เมืองพาน” ในรัฐฉาน แล้วด้วยวัฒนธรรมที่นิยมเอาชื่อบ้านเก่าเมืองเดิมมาตั้งเป็นชื่อถิ่นฐานใหม่ พวกเขาจึงเรียกที่นี่ว่า “เมืองพาน” ตามบ้านเกิดของตัวเอง

ถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริง… ก็เท่ากับว่า “เมืองพาน” ที่เชียงราย อาจจะเพิ่งถูกตั้งขึ้นมาทีหลังโดยผู้คนที่อพยพมาก็ได้! เรื่องนี้ยังต้องถกเถียงและค้นคว้ากันต่อไป แต่ก็นับว่าเป็นทฤษฎีที่ทำให้ประวัติศาสตร์เมืองพานน่าค้นหาขึ้นอีกเป็นกองเลยใช่ไหมครับ?

เห็นไหมครับ… จากอำเภอที่ดูเหมือนไม่มีอะไร กลายเป็นดินแดนที่มีเรื่องราวซ้อนทับกันอยู่หลายชั้น ตั้งแต่ยุคหินเก่า เมืองโบราณ แหล่งเตาเผา สู่เมืองที่เปลี่ยนชื่อมาแล้วถึง 3-4 ครั้ง กลายเป็นเมืองร้าง และกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง แถมยังมีปมปริศนาให้ขบคิดกันต่ออีก

ครั้งหน้าถ้าคุณได้ขับรถผ่านอำเภอพาน ลองมองสองข้างทางให้ดีๆ นะครับ… คุณอาจจะกำลังขับรถผ่านร่องรอยของ “เวียงห้าว” หรือสัมผัสเรื่องราวของนายพรานผู้โชคร้ายคนนั้นอยู่ก็เป็นได้… นี่แหละครับเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่รอให้เราไปค้นพบ

Phan city 01
Phan city 02
Phan city 03
Phan city 04
Phan city 05
Phan city 06
Phan city 07
Phan city 08
Phan city 09
Phan city 10
Phan city 11
Phan city 12
Phan city 13
Phan city 14
Phan city 15

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *