La-moon Cafe’ Phan: คาเฟ่ไม่ลับที่ดูเล็กแต่ซ่อนความอร่อยและพื้นที่กว้างไว้ข้างในพร้อมบรรยากาศสุดโฮมมี่

ในอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เมืองที่สงบและเรียบง่าย คงไม่มีใครคาดคิดว่าในซอยเล็กๆ ที่คนท้องถิ่นเรียกกันติดปากว่า “ซอยข้างโรงพัก” จะมีร้านกาแฟแห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบๆ ชื่อของเขาคือ La-moon Cafe’ phan (ละมุน คาเฟ่ พาน)
แต่ความละมุนไม่ได้มีแค่ชื่อร้านนะครับ เพราะตัวร้านเองก็ซ่อนความน่ารักและความเซอร์ไพรส์ไว้เพียบเลยทีเดียว พิกัดของ La-moon Cafe’ Phan ก็ไม่ได้หายากอย่างที่คิดครับ ตั้งอยู่ที่ 2309 หมู่1 ถนนเทศบาล ซ.4 ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย 57120
ใครที่คุ้นเคยกับอำเภอพานน่าจะพอทราบว่าซอยเทศบาล 4 เนี่ย หรือที่คนแถวนั้นเขาเรียกกันติดปากว่า ซอยข้างโรงพัก เนี่ย เป็นซอยใหญ่ที่เชื่อมระหว่างถนนหน้าตลาดพานไปออกถนนพหลโยธินตรงแยก ‘ร้องหลอด’ นั่นเอง
หากคุณขับรถผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว อาจจะมองเห็นเป็นเพียงร้านเล็กๆ ที่มีป้ายไม้สีน้ำตาลอ่อนตัวหนังสือสีขาวและผนังที่ปกคลุมด้วยไม้เลื้อยสีเขียวสด จนอาจเผลอคิดว่าตรงนั้นเป็นทางเข้าบ้านหลังหลังข้างๆ
ทีนี้มาถึงความสนุกของเรื่องนี้แล้วครับ ตอนที่ผมขับรถผ่านหน้าร้านครั้งแรก (ยอมรับเลยว่าขับเลยไปจริงๆ ต้องวนรถกลับมาใหม่) ผมก็คิดในใจว่า “เอ๊ะ! นี่มันร้านกาแฟจริงๆ เหรอเนี่ย?” เพราะด้านหน้าของร้านแคบมากเหมือนเป็นร้านกาแฟแบบ Kios ตามปั้มน้ำมันทั่วไปที่มีหน้าแคบๆ แล้วก็คงจะมีที่นั่งจิบกาแฟแบบชิลๆ สัก 3-4 ที่นั่งได้มั้ง
แต่ผมอยากจะบอกว่า… อย่าเพิ่งตัดสินร้านนี้จากภายนอกครับ เพราะเมื่อคุณก้าวผ่านประตูเข้าไป คุณจะพบกับโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ความอร่อย และความประหลาดใจที่รอให้คุณมาค้นพบ โอ้โห! เหมือนหลุดเข้าไปในอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว

ความเซอร์ไพรส์ที่ 1: พื้นที่ที่กว้างกว่าตาเห็น
ในตอนแรกที่ผลักประตูเข้าไปปุ๊บ… อะฮ้า! สิ่งที่เราคิดไว้ก็ดูเหมือนจะจริงแฮะคือพื้นที่ค่อนข้างเล็ก ข้างในเป็นพื้นที่เคาน์เตอร์สำหรับสั่งอาหารและชงเครื่องดื่ม มีบาร์เล็กๆ กับเก้าอี้สตูลสูงสองสามตัว
แล้วก็มีโต๊ะเล็กๆอีกโต๊ะหนึ่งที่นั่งได้ 2 คน มีที่นั่งเดี่ยวติดผนังอีก 2 ที่ โซฟานั่งรอเครื่องดื่มได้อีก 2 คนแต่คงเบียดกันน่าดู รวมๆแล้วโซนด้านหน้านี่จุคนได้ไม่เกิน 4-5 คนจริงๆ บรรยากาศเงียบๆ สงบๆ เหมาะกับการนั่งรอเครื่องดื่มแต่ถ้านั่งกันเต็มความรู้สึกคงอึดอัดพอสมควร
คือถ้ามองจากตรงนี้ก็คงคิดว่าร้านก็เล็กๆน่ารักดี ซึ่งอาจทำให้หลายคนคิดว่า “ร้านเล็กจัง” แต่เชื่อไหมครับว่าข้างในยังมีอะไรซ่อนอยู่อีกเยอะ!


แต่ในขณะที่กำลังจะหันหลังกลับเพราะคิดว่าไม่มีที่นั่งแล้วก็ได้ยินเสียงพนักงานพูดขึ้นว่าเชิญทางนี้ค่ะ มีประตูเล็กๆที่เปิดเข้าไปพื้นที่ที่ทอดลึกเข้าไปด้านหลังร้าน… “เอ๊ะ! ข้างหลังมีอะไรอีกเหรอ?” ด้วยความสงสัยใคร่รู้ ผมจึงลองเดินตามทางนั้นเข้าไป แล้วก็ต้องอุทานในใจเลยว่า “โอ้โห!”
ประตูนำเราไปสู่พื้นที่ด้านหลังร้าน ซึ่งเรียกว่าพื้นที่ลับก็ไม่น่าจะผิดมากนักเพราะอยู่ข้างนอก หรืออยู่หน้าเคาท์เตอร์จะดูแทบไม่ออกว่ามีพื้นที่นี้อยู่ด้านหลัง เป็นพื้นที่ที่กว้างขวางกว่าด้านหน้ามาก โอเค..มันอาจจะไม่กว้างแบบโอ่โถง แต่ก็กว้างกว่าจากที่เห็นด้านหน้าพอสมควร ซึ่งแตกต่างจากพื้นที่ ผมกะด้วยสายตาคร่าวๆ พื้นที่ตรงนี้น่าจะประมาณ 20-22 ตารางเมตรได้เลยครับ
แล้วก็มีโต๊ะไม้สวยๆ จัดวางไว้อีก 3 โต๊ะ แต่ละโต๊ะก็สามารถนั่งได้สบายๆ 4 คน รวมๆ แล้วก็ปาเข้าไป 16 ที่นั่งแล้วครับ ยังไม่หมดแค่นั้นนะครับ เพราะยังมีโต๊ะเดี่ยวเล็กๆ ติดผนัง ที่สามารถนั่งได้อีก 4-5 คน สรุปง่ายๆ ว่าร้าน La-moon Cafe’ Phan เนี่ย สามารถจุคนได้ประมาณ 15 คนได้แบบไม่อึดอัดเลยครับ แต่ถ้าเกินกว่านั้นก็อาจจะรู้สึกแน่นๆ ไปบ้าง




ที่น่าสนใจอีกอย่างคือข้างๆ (ซึ่งได้มาเห็นหลังจากที่เดินสำรวจพื้นที่หลังจากที่กินอาหารเตรียมเช็คบิลแล้ว) ตัวร้านจะมีประตูไม้บานใหญ่ ที่รถสามารถขับเข้าไปจอดด้านในได้หลายคันสบายๆ ส่วนป้ายร้านก็ทำจากไม้สีน้ำตาลอ่อน สลักชื่อร้าน La-moon Cafe’ ไว้อย่างชัดเจน ผนังด้านหน้าของร้านก็จะถูกปกคลุมไปด้วยไม้เลื้อยสีเขียวสด ดูร่มรื่นสบายตา
แต่ด้วยความที่มันดูเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านข้างๆและมีพุ่มไม้และต้นไม้ระหว่างทางเข้านี้และหน้าร้านที่ทำให้หลายๆ คนที่ขับรถผ่านไปมาอาจจะไม่ได้สังเกต หรืออาจจะคิดว่าเป็นบ้านของเพื่อนบ้านแถวนั้นไปซะมากกว่า แต่จริงๆ แล้วเป็นของร้าน La-moon Cafe’ Phan นี่แหละครับ
ถ้าเราขับรถเข้าไปทางประตูไม้ข้างๆ ที่ว่านี้ ก็จะพบกับพื้นที่จอดรถด้านหลังที่กว้างขวางพอสมควรเลยครับ จอดรถยนต์ได้สบายๆ 4-5 คันเลยทีเดียว ไม่ต้องกังวลเรื่องที่จอดรถแน่นอนครับ
ทีนี้มาดูบรรยากาศภายในร้านกันบ้างครับ ผนังของร้านทาด้วย สีฟ้าเข้ม ให้ความรู้สึกสงบ สบายตาแต่เคร่งขรึม แล้วก็มีการประดับตกแต่งแซมด้วยงาน บิลท์อินไม้ ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างความเท่ของปูนเปลือยกับความอบอุ่นของไม้ได้อย่างลงตัว
กระจกของร้านก็เป็น ลายสีต่างๆ คล้ายกับกระจกโบสถ์ของคริสเตียน เพิ่มลูกเล่นและความน่าสนใจให้กับตัวร้านได้เป็นอย่างดี โต๊ะที่นั่งก็ทำจาก ไม้หนาๆ ดูแข็งแรงทนทาน ภายในร้านยังมีการตกแต่งด้วย รูปภาพสีน้ำมัน สวยๆ จานชามแนวยุโรป และ รูปปั้นเล็กๆ สไตล์ยุโรป วางประดับอยู่ตามมุมต่างๆ
นอกจากนี้ยังมี ตู้หนังสือหรือชั้นวางหนังสือ เล็กๆ ที่มีหนังสือวางอยู่ประมาณ 30-40 เล่ม และที่ชั้นล่างสุดก็มี กล่องใส่ของเล่นเด็กเล็กๆ วางอยู่ประมาณ 6-7 ชิ้น ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาเอาไว้ให้เด็กๆเล่นระหว่างที่ผู้ปกครองทานอาหาร หรือแค่เอามาตกแต่งเฉยๆ แต่ก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่น่ารักดี
โดยเราขอสรุปให้เห็นภาพแบบนี้
- นังและแสง: ผนังปูนสีฟ้าเข้มให้ความรู้สึกสงบและนิ่ง ขัดกับกระจกแต่งลายสีต่างๆ ที่พอแสงแดดส่องผ่านเข้ามาแล้วเกิดเป็นเงาสีสวยๆ บนพื้น คล้ายกับกระจกในโบสถ์คริสต์เลยครับ มันดูคลาสสิกและมีเสน่ห์มากๆ
- เฟอร์นิเจอร์: โต๊ะทุกตัวทำจากไม้เนื้อหนา แข็งแรง ดูทนทานและให้ความรู้สึกมั่นคง ไม่ใช่โต๊ะเก้าอี้แบบบอบบาง
- ของตกแต่ง: นี่คือส่วนที่ผมชอบที่สุด! มีการประดับประดาด้วยรูปภาพสีน้ำมัน จานเซรามิกสวยๆ สไตล์ยุโรป มีแม้กระทั่งรูปปั้นเล็กๆ ที่วางอยู่ตามมุมต่างๆ เหมือนของสะสมที่เจ้าของรักและนำมาแบ่งปันให้เราได้ชม
- มุมหนังสือและของเล่น: ที่เด็ดคือมีชั้นหนังสือขนาดกำลังดี มีหนังสือให้อ่านเพลินๆ ประมาณ 30-40 เล่ม ส่วนมากเป็นหนังสือท่องเที่ยวและเป็นภาษาอังกฤษแทบทั้งหมด เลยทำให้คิดว่าเจ้าของน่าจะเคยไปใช้ชีวิตในต่างประเทศระยะหนึ่ง และที่ชั้นล่างสุดมีกล่องใส่ของเล่นเด็กเล็กๆ อยู่ด้วย! จุดนี้ทำให้ผมรู้สึกว่าเจ้าของร้านใส่ใจลูกค้าทุกกลุ่มจริงๆ ครอบครัวไหนมีเด็กมาด้วยก็ไม่ต้องกลัวเบื่อเลยครับ ปล่อยให้คุณพ่อคุณแม่ได้ทานข้าวแบบสบายใจ ส่วนเด็กๆ ก็มีมุมของตัวเอง เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ซื้อใจผมไปเต็มๆ
ในส่วนของความเย็นสบาย ภายในร้านมี แอร์ตัวใหญ่ ติดตั้งอยู่ 1 ตัว ซึ่งขอบอกเลยว่าแอร์แรงและเย็นฉ่ำมากๆ ครับ เท่าที่สังเกต เจ้าของร้านมักจะเปิดแอร์ไว้ที่ประมาณ 25 องศา แต่แต่ด้วยความที่พื้นที่ค่อนข้างเปิดช่องอากาสได้มิดชิดทำให้อากาศภายในพื้นที่ค่อนข้างเย็น บางทีต้องแอบไปเบาแอร์ลงอีกนิด
โดยรวมแล้ว การตกแต่งภายในร้าน La-moon Cafe’ Phan ทำให้ผมรู้สึกเหมือน อยู่บ้านมากกว่าร้านอาหาร ครับ มันให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง สบายๆ ไม่ได้หรูหราจนเกร็ง แต่ก็มีสไตล์ที่น่าสนใจครับ ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันทำให้ความรู้สึกของการมา “ร้านอาหาร” เปลี่ยนไปเป็นการมา “บ้านเพื่อน” ที่มีคนคอยดูแลอย่างอบอุ่น
ตอนที่ผมเข้าไปสั่งอาหาร ก็มี ชายหนุ่มค่อนข้างหน้าตาดีรูปร่างสูงใหญ่ เดินมารับออร์เดอร์ ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นเจ้าของร้านครับ เขาพูด ภาษาไทยกลางสำเนียงคนภาคกลาง ซึ่งผมก็เดาว่าน่าจะไม่ได้เป็นคนอำเภอพานโดยกำเนิด แต่สิ่งที่ประทับใจคือ การต้อนรับและการพูดจาที่ดีมากๆ เขาให้คำแนะนำเกี่ยวกับเมนูอาหารอย่างเป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดจาไพเราะทำให้รู้สึกเหมือนได้รับการต้อนรับที่ดี
ข้างๆ กับส่วนของร้านหลัก จะมีประตูที่สามารถเปิดออกไปด้านนอกได้ครับ พอเปิดออกไปก็จะเจอกับส่วนที่เป็นพื้นที่ด้านข้าง ที่เราสามารถจอดรถได้นั่นเอง และถ้าเดินต่อไปทางด้านหลัง ก็จะมี โต๊ะใหญ่ อีกชุดหนึ่ง จัดวางไว้สำหรับนั่งทานกาแฟ หรือนั่งเล่นรับลม ซึ่งดูแล้วไม่ได้ตกแต่งอะไรให้หรูหรามากนัก
คาดว่าน่าจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับเจ้าของร้าน หรือเพื่อนฝูง แต่ถ้าลูกค้าอยากจะไปนั่งตรงนั้น ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ เพราะมีการจัดโต๊ะที่นั่งให้ดูเรียบร้อยพร้อมต้อนรับ และบรรยากาศก็ดูดี โปร่ง โล่ง รับลมธรรมชาติได้เป็นอย่างดี ผมว่าเขาน่าจะทำไว้เผื่อลูกค้าด้วยเหมือนกัน
ความเซอร์ไพรส์ที่ 2: เมนูอาหารที่มีให้เลือก ‘เยอะ’ เกินคาด
นี่คือจุดขายที่ทำให้ผมต้องร้อง “โอ้โห!” ออกมาดังๆ ด้วยความที่ร้านตกแต่งสไตล์คาเฟ่ เราก็มักจะคาดหวังว่าจะมีแค่เมนูเครื่องดื่มพวกกาแฟ ชา โกโก้ แล้วก็อาจจะมีอาหารเบาๆ พวกขนมปังปิ้ง เค้ก หรืออย่างมากก็คงจะเป็นสลัดผักอะไรพวกนี้ใช่ไหมล่ะครับ
แต่พอผมเปิดเมนูของ La-moon Cafe’ Phan เท่านั้นแหละครับ… ต้องอุทานออกมาเสียงดังๆ เลยว่า “โอ้โห!!!” เมนูอาหารเยอะมาก เยอะแบบไม่น่าเชื่อ คือมันไม่ใช่เมนูคาเฟ่แล้วครับเพื่อนๆ! นี่มันคือเมนูร้านอาหารจริงจัง!
ความหนาของเมนูทำให้ผมต้องค่อยๆ พลิกดูทีละหน้าด้วยความทึ่ง นับเล่นๆ เฉพาะเมนูอาหารคาวก็น่าจะไม่ต่ำกว่า 70 รายการเข้าไปแล้ว อาหารเรียกน้ำย่อยอีก 10 กว่าอย่าง ยังไม่รวมเมนูของหวานอีกเกือบ 20 อย่าง และเครื่องดื่มอีกสารพัดชนิดอีก 38 รายการ นอกจากนั้นยังมีพิซซ่าและเบอร์เกอร์รวมกันอีก 5-6 รายการ ถ้ารวมทุกอย่างในเล่มนี่ก็เกิน 130 เมนูเข้าไปแล้ว คือมันเยอะจนตาลาย เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวมาที่นี่ที่เดียว อิ่มครบจบเลยจริงๆ
นี่คือความเซอร์ไพรส์ที่พีคที่สุดสำหรับผมจริงๆ ใครจะไปคิดว่าร้านที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบในซอย จะมีครัวที่สามารถรังสรรค์เมนูได้หลากหลายขนาดนี้
ในเมนูอาหารก็มีให้เลือกหลากหลายสไตล์มากๆ ครับ ตั้งแต่สเต๊กเนื้อ (มีทั้งทีโบน ริบอาย สันนอก) สเต๊กปลาแซลมอน สเต๊กหมู ก็มีให้เลือกหลากหลายส่วน พาสต้า สปาเกตตี้ก็มา พิซซ่าก็เป็นแบบโฮมเมดน่าทานสุดๆ
สำหรับเมนูที่ดูน่าสนใจและผมอยากจะแนะนำก็มีหลายอย่างเลยครับ เริ่มจาก สเต๊กปลาแซลมอน เนื้อปลาสีส้มน่าทาน ราดด้วยซอสสูตรพิเศษของทางร้าน สเต๊กเนื้อทีโบน ชิ้นใหญ่สะใจคนรักเนื้อ สเต๊กริบอาย เนื้อนุ่มฉ่ำลิ้น หรือถ้าใครชอบเนื้อแบบไม่ติดมันก็มี สเต๊กสันนอก ให้เลือกครับ ส่วนคนที่ไม่ทานเนื้อ ก็ยังมี สเต๊กหมู ที่เขาก็บอกว่าอร่อยไม่แพ้กัน
อาหารจานเดียวก็มีให้เลือกเพียบเช่นข้าวผัดแบบต่างๆ กระเพรา แกงกระหรี่ ข้าวหน้าต่างๆ ข้าวหน้าสไตล์เกาหลีก็ยังอุตส่าห์มีมาให้ลิ้มลอง! เบอร์เกอร์ พิซซ่า สปาเกตตีก็มี ซุปต่างๆ ก็มีให้ซดคล่องคออีกประมาณ 10 เมนูได้ แถมที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเมนูเครื่องดื่มพวกกาแฟ ชา สมูทตี้ต่างๆ อีกมากมาย ถ้าเอามารวมๆ กันทั้งหมด ทั้งเครื่องดื่มและอาหาร
เพื่อเป็นการไม่ให้สับสนและให้เห็นภาพชัดขึ้น เรามาแยกกันดูดีกว่าอาหารมีอะไรบ้าง…
- แนวสเต๊ก: จัดเต็มมากครับ ทั้งสเต๊กเนื้อทีโบน, ริบอาย, สันนอก, สเต๊กหมูสันคอ, พอร์คชอป, สเต๊กไก่, สเต๊กปลาดอลลี่, ไปจนถึงสเต๊กปลาแซลมอน สเต๊กจะมีสองแบบคือสเต๊กแบบธรรมดาๆราคาไม่ถึงร้อย และแบบพรีเมียมราคาสองร้อยบาทขึ้นไป
- แนวอิตาเลียน: พาสต้า, สปาเกตตีซอสต่างๆ, พิซซ่าโฮมเมดก็มี
- แนวยุโรป: ซุปต่างๆ มีให้เลือกเป็น 10 อย่าง, ฟิชแอนด์ชิปส์
- แนวของทานเล่น/เบอร์เกอร์: เฟรนช์ฟราย เบอร์เกอร์ พิชแอนชิปส์ ก็มาครบ
- โซนอาหารจานเดียว/ฟิวชั่น: ข้าวหน้าต่างๆ แถมยังมีข้าวหน้าสไตล์เกาหลีด้วย!
นี่คือความเซอร์ไพรส์ที่พีคที่สุดสำหรับผมจริงๆ ใครจะไปคิดว่าร้านที่ซ่อนตัวอยู่อย่างเงียบเชียบในซอย จะมีครัวที่สามารถรังสรรค์เมนูได้หลากหลายขนาดนี้









มาถึงเรื่องรสชาติอาหารกันบ้างครับ แน่นอนว่าพอเมนูเยอะขนาดนี้ คำถามต่อไปคือ “แล้วมันจะอร่อยไหม?” ผมไปมาหลายครั้งแล้วและแต่ละครั้งก็ลองสั่งมา 2-3 อย่างเป็นอย่างน้อย ทั้งสเต๊กและพาสต้า ขอบอกตรงนี้เลยว่ารสชาติ “ดีเกินคาด” ไปมากครับ
โดยรวมแล้วผมถือว่ารสชาติอาหารของ La-moon Cafe’ Phan อยู่ในระดับที่ดีเลยทีเดียว คือมันอาจจะไม่ได้ดีเลิศระดับมิชลินสตาร์ หรือภัตตาคารหรูๆ แต่รสชาติอร่อยเกินมาตรฐานร้านอาหารทั่วไปอย่างแน่นอนครับ คือเป็นรสชาติที่ถูกปากทานได้เรื่อยๆ วัตถุดิบก็ดูสดใหม่ ปรุงรสชาติออกมาได้กลมกล่อมครับ แน่นอนมันก็ไม่ได้ว้าวไปซะทุกอย่าง แต่ส่วนใหญ่ก็ถือว่าดี จะให้พูดแบบภาษาชาวบ้านคือ ‘กินได้แบบไม่เสียดายตังค์’
และที่สำคัญไม่แพ้รสชาติก็คือ ราคา ครับ! ขอบอกเลยว่าราคาอาหารที่นี่ ไม่แพง อย่างที่คิดครับ และนี่คืออีกหนึ่งไฮไลท์ที่ทำให้ผมอยากจะเชียร์ให้มาลองร้านนี้
- เมนูส่วนใหญ่ประมาณ 80% ราคา ต่ำกว่า 100 บาท!
- เมนูสเต๊กธรรมดาๆ เช่น สเต๊กหมู, ไก่, ปลาดอลลี่ หรือพวกพาสต้า, สปาเกตตีต่างๆ ข้าวหน้าต่างๆ เช่น ข้าวปลาซาบะย่างเกาหลี ราคาเริ่มต้นแค่ 89 บาท เท่านั้น! ใช่ครับ ฟังไม่ผิด 89 บาท!
- เมนูที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นพวกวัตถุดิบพรีเมียม ซึ่งก็ยังถือว่าสมเหตุสมผลมาก
- สเต๊กปลาแซลมอน / พอร์คชอป: 250 บาท
- สเต๊กสันคอหมูอย่างดี: 220 บาท
- สเต๊กปลาซาบะ: 160 บาท
- ฟิชแอนด์ชิปส์: 150 บาท
- พิซซ่าโฮมเมด: เริ่มต้น 250 บาท
- สเต๊กเนื้อทีโบน / ริบอาย: 350 บาท ซึ่งสำหรับเนื้อเกรดนี้ ราคานี้ถือว่าดีงามมาก
- เมนูเครื่องดื่ม: กาแฟ ช๊อคโกแลต ราคาระหว่าง 40 – 65 บาท
จะมีเมนูที่ราคาสูงขึ้นมาหน่อยก็จะเป็นพวกสเต๊กเนื้อเกรดพรีเมียม อย่าง สเต๊กทีโบน ริบอาย และสันนอก ที่ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 350 บาท ซึ่งเอาจริงๆ ก็ถือว่าเป็นราคาที่รับได้นะครับ ถ้าเทียบกับคุณภาพและปริมาณที่ได้รับ
ส่วนเมนูที่ส่วนตัวผมมองว่าสูงเมื่อเทียบกับสภาพเศรษฐกิจของพื้นที่ หรือเรียกได้ว่าราคาน้องๆกรุงเทพฯเลยคือ สเต๊กปลาแซลมอน กับ พอร์คช๊อป ราคาอยู่ที่ 250 บาท ซึ่งในกรุงเทพฯตามร้านอาหารระดับเดียวกันราคาก็จะอยู่ที่ 250 – 290 บาท อันนี้พอเข้าใจได้เพราะต้นทุนของสินค้าประเภทนี้มาสูงอยู่แล้ว และที่นี่เขาใช้ปลาและเนื้อชิ้นโต ถึงแม้ราคาจะสูงแต่เอาจริงๆถือว่าคุ้ม
ส่วน สเต๊กสันคอหมู ก็จะอยู่ที่ 220 บาท ส่วนเมนู พิซซ่า ที่เป็นแบบโฮมเมด ราคาก็จะสูงขึ้นมาหน่อยคืออยู่ที่ 250 บาท ส่วน สเต๊กปลาซาบะ อีกแบบก็จะอยู่ที่ 160 บาท และ ฟิชแอนด์ชิปส์ ก็ราคา 150 บาท ราคานี้โดยรวมแล้วก็ยังถือว่าไม่แพงเลยครับเพราะ ที่เหลืออีกประมาณ 80% ของเมนู ก็ราคาไม่เกิน 100 บาทครับ คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ ครับ
แน่นอนว่าราคานี้อาจจะไม่ได้เหมาะกับมื้ออาหารเร่งด่วนในทุกวัน โดยเฉพาะเมื่อเรามีตัวเลือกเป็นกับข้าวร้อนๆ จากตลาดที่ทั้งอร่อยและประหยัดราคาแต่ละอย่าง 30 – 40 บาท แต่ผมมองว่าร้านนี้เป็นเหมือน ‘ตัวเลือก’ สำหรับวันที่เราอยากให้รางวัลตัวเอง
อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หรืออยากใช้เวลาดีๆ กับคนพิเศษมากกว่าครับ มันคือการจ่ายเงินเพื่อซื้อความทรงจำและประสบการณ์ ซึ่งหากมองในมุมนี้แล้ว ราคาที่จ่ายไปรายการละ 89 บาทก็ถือว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่งสำหรับความสุขและความสบายที่ได้รับกลับมา
ในเรื่องราคาถือว่าดีพูดง่ายๆคือคุณสามารถเดินเข้ามาในร้านนี้ สั่งอาหารจานหลักอร่อยๆ กับเครื่องดื่มดีๆ ได้ในราคาไม่เกิน 100 – 200 บาท ซึ่งเป็นอะไรที่คุ้มค่าสุดๆครับ หรือเดินเข้ามากินกินสเต๊กหมูสเต๊กไก่ชิ้นโตๆซักจานแบบแบงค์ร้อยมีทอนก็ยังไง
นอกเหนือจากอาหารและสถานที่แล้วการบริการก็ไม่ได้ขี้เร่อะไร เจ้าของร้านและพนักงานยิ้มแย้มแจ่มใจบริการดี ไม่ได้เร่งหรือเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่โต๊ะอาหาร ทำให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายเหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อน
ในเรื่องที่จอดรถในการไปครั้งแรกๆผมไม่รู้ว่าด้านหลังมีที่จอดรถได้เลยจอดหน้าร้านเลยซึ่งจอดได้ ครั้ง แต่ร้านยังมีพื้นที่จอดรถด้านข้างที่ซ่อนอยู่หลังประตูใหญ่ ซึ่งสามารถนำรถไปจอดซึ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าที่นำรถมาได้พอสมควร
โดยรวมแล้ว La-moon Cafe’ phan คือความประหลาดใจที่น่ายินดี ผมรู้สึกทึ่งที่ร้านซึ่งเต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจและคุณภาพแบบนี้ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอที่เงียบสงบได้อย่างไร หากคุณเป็นคนอำเภอพาน หรือมีโอกาสได้แวะเวียนผ่านมา
การได้มาที่นี่ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ ประทับใจ และ เซอร์ไพรส์ ไปพร้อมๆ กันครับ การได้เห็นร้านที่ตั้งใจทำทุกอย่างออกมาได้ดีขนาดนี้ ในพื้นที่ที่อาจจะไม่ได้มีนักท่องเที่ยวพลุกพล่านมากนักก็อดไม่ได้ที่จะอยากเชียร์ ให้ทุกคนที่ผ่านไปผ่านมาหรือคนที่อยู่ในพื้นที่ ได้ลองแวะเวียนมาอุดหนุน มาสัมผัสกับความอร่อยและความอบอุ่นของ La-moon Cafe’ Phan กันเยอะๆ นะครับ รับรองคุณจะได้พบกับคาเฟ่ที่ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่เป็นร้านอาหารที่เต็มไปด้วยความอร่อย บรรยากาศอบอุ่น และประหลาดใจและประทับใจที่เกินความคาดหมายอย่างแน่นอน
