สวนหลังบ้าน The Backyard: ร้านอาหารชายทุ่ง อดีตเพชรเม็ดงามแห่งเมืองพาน ตอนนี้ยังน่าไปอยู่ไหม?

Disclaimer: เนื้อหาในโพสต์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวของบุคคลคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง ณ ช่วงเวลาที่ไปใช้บริการนั้นๆ ดังนั้นประสบการณ์ รสชาติ ความชอบและสิ่งที่พบเจออาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์และมุมมองของแต่ละบุคคล
วันนี้ทางเราจะพาไปรีวิวร้านอาหารที่เคยเป็นระดับตำนานอีกแห่งของเมืองพาน หรือที่หลายคนยกให้เป็นเพชรเม็ดงามของอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ร้านนี้มีชื่อว่า “สวนหลังบ้าน เชียงราย The Backyard”
สำหรับใครที่เคยไปเยือนเมื่อหลายปีก่อน คงจะจำภาพความสวยงามของทุ่งหญ้าและวิวพระอาทิตย์ตกดินกันได้ดี
วันนี้ผมจะมารีวิวแบบเจาะลึกสุดๆ เล่าให้ฟังทั้งประสบการณ์ตรงในอดีตและเรื่อยมาจนถึงครั้งล่าสุดที่เพิ่งแวะไปเมื่อช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา (ก.พ. – มิ.ย. 2569) ส่วนรูปที่เรานำมาประกอบในเนื้อหานี้เป็นรูปที่ถ่ายไว้เมื่อเดือน ก.พ. 2569
พร้อมที่จะเปรียบเทียบกับภาพจำในอดีต ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มาดูกันครับว่า สวนหลังบ้าน ในวันนี้เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแค่ไหน
พิกัดและสัมผัสแรกเมื่อไปถึง
พิกัด: ตำบลเจริญเมือง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ทำเล: ห่างจากตัวอำเภอพานประมาณ 7 กิโลเมตร การเดินทาง: จากถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าซอยไปประมาณ 600 เมตร
ความรู้สึกแรกตอนขับรถเข้ามาคือ ทางเข้าจะเป็นซอยแคบๆ แบบชาวบ้านๆ ฟีลเหมือนเรากำลังขับรถกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ดูไม่เหมือนทางไปร้านอาหารใหญ่ๆ เลยครับ แต่พอขับเข้ามาจนสุดพื้นที่ ก็จะเจอกับร้านซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่กว้างขวางมาก
ตัวร้านหลักเป็นอาคารคอนกรีตปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์ขนาดใหญ่ (ยาวราวๆ 20 เมตร กว้าง 6 เมตร) ซึ่งการที่ร้านตั้งอยู่ท้ายซอยแบบนี้ ทำให้ได้เปรียบเรื่องความเงียบสงบและวิวทิวทัศน์
ย้อนอดีต: ยุคทองของโอเอซิสแห่งเมืองพาน (ช่วงปี 2558 – 2563)

ร้านนี้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2559 (ราวๆ 10 ปีที่แล้ว) โดยมีชื่อว่า “สวนหลังบ้าน เชียงราย The Backyard” ซึ่งคนในพื้นที่มักจะเรียกกันสั้นๆติดปากว่า “สวนหลังบ้าน”
ถ้าให้ย้อนระลึกประสบการณ์กลับไปตอนนั้นก็จะเล่าถึงช่วงที่ร้านเปิดใหม่ๆ บอกเลยว่าที่นี่คือสถานที่พักผ่อนที่เพอร์เฟกต์ที่สุดของอำเภอพาน ถ้าเป็นตอนนั้นผมให้คะแนน 10/10 แบบไม่หักเลยครับ ทุกอย่างๆคือสิ่งที่คนเมืองพานเรียกร้องหา วิวสวย เงียบสงบ ไม่ไกลจนเกินไป อยู่ห่างจากตัวอำเภอแค่ 7 ก.ม. ขับรถไป 10 นาทีก็ถึงแล้ว อยู่ในฝั่งตะวันตกของถนนพหลโยธิน ทำเลกำลังพอดี มองเห็นภูเขาเห็นพระอาทิตย์ตกดิน
ลองจินตนาการตามนี้นะครับ: ในช่วง 1 ถึง 5 ปีแรก เรียกได้ว่าจุด Escape ระดับเยี่ยมของคนเมืองพาน
- ภูมิทัศน์ที่สวยงาม: พื้นที่รอบร้านเป็นหญ้าสีเขียวตัดเรียบกริบ ไม่มีวัชพืชรกตา มองออกไปทางทิศตะวันตกจะเห็นพื้นที่ของร้านอีก 4-5 ไร่ ที่เต็มไปด้วยแปลงปลูกผักออร์แกนิก สวนดอกไม้สีสันสดใส และค้างปลูกถั่วฝักยาวที่ทำโครงไม้อย่างเป็นระเบียบ ฟีลลิ่งตอนนั้นเหมือนเราเดินเล่นอยู่ใน “ไร่บุญรอด (Singha Park)” ขนาดย่อมๆ เลยครับ
- มุมพักผ่อนสุดชิล: นอกจากที่นั่งด้านในตัวอาคารแล้ว ด้านนอกยังมีพื้นที่ Open air ที่มีหลังคากันแดดมิดชิด มีโต๊ะญี่ปุ่นเตี้ยๆ ให้นั่งกับพื้นแบบสบายๆ แถมยังมีบันไดให้เดินขึ้นไปชั้น 2 ซึ่งเป็นดาดฟ้าแบบเปิดโล่ง (Open air) ให้ลูกค้าขึ้นไปนั่งชมวิวพระอาทิตย์ตกดิน โดยมีฉากหลังเป็นภูเขา สวยงามจับใจมาก
- สะพานไม้และโคกหนองนา: ถัดจากโซนที่นั่ง จะมีร่องน้ำกว้างประมาณ 5 เมตรคั่นอยู่ตรงกลาง มีสะพานไม้โค้งๆ เล็กๆ (อารมณ์คล้ายสะพานข้ามคลองรังสิตสมัยก่อน) ให้เราเดินข้ามไปฝั่งสวนได้ ร่องน้ำนี้เชื่อมต่อกับบ่อปลาขนาดใหญ่ที่ขุดรูปทรงคล้ายโคกหนองนา เป็นโอเอซิสที่เขียวขจีไปหมด
- ความมีชีวิตชีวา: สมัยก่อนที่นี่มีสัตว์น่ารักๆ เยอะมาก ทั้งให้อาหารปลา ให้อาหารหมู เป็ด และห่าน เดินเตาะแตะไปมา เป็นที่โปรดปรานของครอบครัวที่พาเด็กๆ มาเที่ยวสุดๆ
ปัจจุบัน: การเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา
เมื่อทุกอย่างมีเวลาของมัน ในช่วง หลังช่วง 5 ปีไปแล้ว ก็ได้แวะเวียนไปบ้างอาจจะไม่บ่อยอาจจะแค่ปีละครั้งสองปีครั้ง การกลับไปเยือนรอบล่าสุดของผมกลางปีนี้ที่ผ่านมา ก็ทำให้เห็นภาพความเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างชัดเจนครับ จริงๆก็เห็นมาตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ได้นำเรื่องราวมาถ่ายทอด
สภาพแวดล้อมและอาคารที่เปลี่ยนไป
- โซนที่นั่งด้านนอกทรุดโทรม: ตัวอาคารหลักที่เป็นปูนเปลือยยังคงแข็งแรงและดูดี แต่ที่นั่งแบบ Open air ด้านข้างทรุดโทรมลงไปมากจนดูน่ากลัว และแทบไม่มีคนไปนั่งแล้ว ส่วนชั้น 2 ที่เคยเป็นจุดชมวิวหลัก ตอนนี้โต๊ะไม้เก่าและผุพัง แทบจะกลายเป็นพื้นที่ร้างที่ไม่มีใครกล้าขึ้นไปนั่งแช่นานๆ เต็มที่ก็แค่เดินขึ้นไปถ่ายรูปแล้วรีบลงมา
- จากแปลงดอกไม้กลายเป็นป่าละเมาะและไร่กล้วย: นี่คือจุดที่น่าเสียดายที่สุดครับ พื้นที่ 4-5 ไร่ที่เคยเป็นแปลงผักและดอกไม้แสนสวย ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่โล่งๆ ที่ดูรกร้าง แม้จะยังมีการตัดหญ้าอยู่บ้าง แต่มองไปแล้วเสน่ห์แบบเดิมหายไปหมด ถัดไปก็เป็นสวนกล้วยธรรมดาๆ ที่ขาดการดูแล ทำให้เวลาดูวิวพระอาทิตย์ตกดินตอนเย็น องค์ประกอบภาพมันไม่สวยและไม่เคลียร์เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
- สะพานไม้ที่ชวนหวาดเสียว: สะพานโค้งข้ามร่องน้ำ ตอนนี้สภาพภายนอกดูผุพังและขาดการบำรุงรักษา แม้ว่าโครงสร้างจริงๆ จะยังเหยียบได้แข็งแรงและไม่โยกเยกเลยก็ตาม แต่ด้วยสภาพที่มองเห็นด้วยตา มันทำให้เรารู้สึกกลัวไปเอง กระท่อมในสวนก็ทรุดโทรมลงไปมาก บรรยากาศที่เคยอบอุ่นแบบ “สวนหลังบ้าน” ตอนนี้แอบให้ความรู้สึกเหงาและวังเวงแทน
- สัตว์เลี้ยงในคอก: ตอนนี้มีการนำแกะมาเลี้ยงหลายตัว แต่ไม่ได้ปล่อยเดินอิสระแบบฟาร์มกว้างๆ นะครับ น้องๆ ถูกเลี้ยงแออัดอยู่ในคอก ผมพยายามเดินไปเรียกไปเล่นด้วย แต่น้องแกะดูไม่ค่อยสนใจคนเท่าไหร่ ผิดกับบรรยากาศแบบมีชีวิตชีวาในอดีต (ถ้าความจำถูกต้องตอนแรกๆไม่เห็นมีสัตว์เลี้ยง)
พื้นที่ภายในและสิ่งที่ควรปรับปรุงด่วน
- ความสะอาดในร้าน (ยังทำได้ดี): โซนหลักในอาคารห้องแอร์ยังถือว่ารักษามาตรฐานได้ดีครับ พื้นที่ซีเมนต์ขัดมัน ผนังอิฐ และโต๊ะเก้าอี้ยังสะอาดสะอ้าน แอร์เย็นฉ่ำ ฝุ่นน้อย น่านั่งเหมือนเดิม
- ห้องน้ำ (ต้องปรับปรุงด่วน): เป็นจุดที่ผมต้องขอบอกตรงๆ ว่า “สกปรกกว่าเดิมเยอะมาก” เรื่องนี้สำคัญมากนะครับ เพราะต่อให้วิวข้างนอกจะเป็นยังไง แต่ห้องน้ำคือหัวใจของร้านอาหารเลย
รสชาติอาหาร: มาตรฐานที่ยังคงอยู่
ถ้าบรรยากาศทำให้เราแอบเหงา แต่เรื่อง “อาหาร” คือสิ่งที่ยังช่วยดึงคะแนนของร้านนี้ไว้ได้อย่างเหนียวแน่นพอสมควร เพราะอาหารส่วนใหญ่ยังคงรสชาติอร่อยและรักษามาตรฐานเดิมไว้ได้ดี
- เมนูแนะนำที่ต้องสั่ง: สเต๊ก (ราคาเริ่มต้นประมาณ 149 บาท), สลัดผักออร์แกนิก (ผักสดกรอบ น้ำสลัดอร่อยมาก), ยำต่างๆ รสชาติจัดจ้าน และเมนูก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ก็อร่อยกลมกล่อมครับ
- เมนูที่อยากให้เลี่ยง: ชีสบอล (แข็งมากและไม่อร่อยเลย)
- เครื่องดื่ม: กาแฟลาเต้ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน แต่ลูกค้าหลายคนพูดตรงกันว่าเมนูชาเขียวมักจะจืดไปหน่อย
- ราคาและความคุ้มค่า: ถือว่าย่อมเยาและเป็นมิตรกับกระเป๋าตังค์มากครับ ไปกัน 2 คน สั่งอาหาร 3-4 อย่าง (รวมสเต๊ก) จ่ายเบ็ดเสร็จประมาณ 450-500 บาท อิ่มแปร้ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ
มุมมองเกี่ยวกับร้านในอดีต VS ปัจจุบัน
เพื่อความแฟร์และเห็นภาพกว้างที่สุด ทางเราจะแสดงมุมมองเรื่องร้านในอดีตจนถึงปัจจุบันตามประสบการณ์และเสียงตอบรับ
ยุคแรกเริ่ม – วันที่โลกสดใส
ในช่วงปี พ.ศ. 2564 ลงไป พูดง่ายๆคือตั้งแต่เปิดถึงช่วงโควิด มุมมองของลูกค้าและผู้คนที่เคยไปรวมถึงประสบการณ์ตรง และจากปากคำบอกเล่าของเพื่อนฝูงที่เคยไปเองและไปด้วยกัน
- บรรยากาศดีมาก เป็นร้านอาหารในสวนที่สบาย เหมาะกับครอบครัว มีอาหารเหนือ สเต็ก สลัดผักออร์แกนิก สบาย อบอุ่น เปรียบเสมือนอยู่บ้าน ได้ให้อาหารหมูและปลา ช่วงนี้มาเมืองพานต้องแวะมาให้ มาสัมผัสอากาศเย็นๆ ชมทิวทัศน์พระอาทิตย์ตกเหนือฟาร์ม
- ได้ยินจากหลายแหล่งว่ามีฝรั่งมาเที่ยวและทานอาหารที่นี่หลายคน และต่างชื่นชอมกัน คนไทยก็ชมเรื่องโคกหนองนา บิงซู และมุมถ่ายรูปเยอะมาก
ยุคปัจจุบัน ช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา เสียงสะท้อนที่เริ่มเปลี่ยนไป
แม้รีวิวเรื่องรสชาติอาหารจะยังดีอยู่ แต่เริ่มมีข้อติในเรื่องของบริการและการจัดการโผล่มาให้เห็นบ่อยขึ้นครับ ตรงนี้พิสุจน์ได้ไม่ยากนักสามารถกลับไป
- ปัญหาเรื่องความสะอาด: ลูกค้าหลายคนบ่นตรงกันกับผมเป๊ะๆ เรื่องห้องน้ำ เช่น ควรปรับปรุงห้องน้ำค่ะ ห้องน้ำสกปรกมาก บางทีน้ำก็ไม่ไหล และยังมีเรื่องสุขอนามัยในร้าน หรือแม้กระทั่งภาชนะใส่บิงซูที่มีรอยบิ่นรอยร้าว ทำให้ถ่ายรูปไม่สวย
- ปัญหาเรื่องการบริการ (Service Mind): อันนี้เจอหลายคอมเมนต์เลยครับใน Facebook เช่น พนักงานไม่มารับออเดอร์ ต้องเดินไปหยิบเมนูเอง ตอนคิดเงินก็ต้องเดินไปเรียก เพราะพนักงานมัวแต่เล่นมือถือ บางครั้งตอนเข้าไปใช้บริการ ให้อารมณ์เหมือนมารบกวนพนักงาน นอกจากนี้หลายคนยังบ่นอยากให้พนักงานยิ้มแย้มต้อนรับมากกว่านี้
- ปัญหาการจัดการออเดอร์: มีคนเจอเคสรออาหารนานมาก โต๊ะเดียวกัน บางทีกินจนอิ่มไปแล้ว อีกจานเพิ่งมา หรือสั่งสเต๊กไก่แต่ได้สเต๊กหมู สั่งปลาจี่ย่างแต่ได้ปลาทอด เป็นต้น
- บรรยากาศที่เปลี่ยนไป: นอกจากภูมิทัศน์จะดูรกขึ้นแล้วบางครั้งมาเจอตอนที่ร้านกำลังซ่อมนั่นนี่ (ซึ่งก็เป็นเรื่องดีแค่ควรทำตอนปิดร้านนะ) บางทีต้องการพักผ่อน ได้ยินแต่เสียงตัดหญ้า เสียบรรยากาศหมด แนะนำให้ตัดวันหยุดจะดีกว่านะ หลักๆคือร้านดูโทรม ควรได้รับการซ่อมแซมได้แล้ว
บรรยากาศภายในร้านยามเย็นยังคงอบอุ่น
แต่ถึงแม้สภาพภายนอกหลายอย่างจะดูทรุดโทรมลงไป ต้นไม้และพุ่มไม้ที่เคยปลูกประดับไว้ก็เติบโตแผ่กิ่งก้านจนดูทึบตา แต่นั่นกลับทำให้เกิดความรู้สึกอบอุ่นเล็กๆ ซ่อนอยู่ โดยเฉพาะช่วงโพล้เพล้ก่อนที่ร้านจะปิด ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าหนาวที่ค่ำเร็วกว่าปกติ พอสัก 5-6 โมงเย็นที่แสงแดดเริ่มจางหายไปจากท้องฟ้า แสงไฟอ่อนๆ จากในตัวอาคารจะสว่างลอดผ่านพุ่มไม้ออกมา ภาพที่เห็นให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารกลางสวนพฤกษาส่วนตัวขนาดย่อม บรรยากาศเงียบๆ ท่ามกลางแสงไฟและเงาไม้ในตอนหัวค่ำแบบนี้ มันดูสงบ อบอุ่น และให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบจริงๆ
บทสรุป: สวนหลังบ้านแห่งนี้ ยังน่าไปอยู่ไหม?
ถ้าให้ผมสรุปจากความรู้สึกของคนที่เคยเห็นร้านนี้ในจุดพีก (Prime Time) เมื่อ 6-8 ปีก่อน ผมยอมรับว่าความรู้สึกว้าวแบบ 10 ดาวมันหายไปแล้วอย่างน้อย 60% พื้นที่ด้านนอกดูรกรุงรังและทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จนผมแอบเสียดายที่ทางร้านไม่ได้ทะนุบำรุงทัศนียภาพให้สดใสเหมือนวันวาน
แล้วผมจะแนะนำให้คุณมาที่นี่ไหม? คำตอบคือ มาได้ครับ แต่ต้องปรับความคาดหวังลงนิดนึง จะไปคาดหวังทุกอย่างเกือบเฟอร์เฟคเหมือน 7-9 ปีก่อนไม่ได้แล้ว ทุกอย่างมีช่วง Prime ช่วงพีค ของมัน
ถ้าคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแนวฟาร์มสวยๆ จุดเช็คอิน จุดถ่ายรูปปังๆ ทุกมุมแบบเมื่อก่อน คุณอาจจะผิดหวังเพราะเหมือนภายสวยๆแบบนั้นน้อยลงแล้ว
แต่… ถ้าคุณแค่มองหาร้านอาหารในอำเภอพานที่มีห้องแอร์เย็นๆ ที่จอดรถสะดวก เสิร์ฟอาหารหลากหลาย รสชาติอร่อย สเต๊กดี สลัดผักเลิศ และราคาเป็นมิตรกับเงินในกระเป๋า และไม่ไกลจากถนนใหญ่และตัวอำเภอ ที่นี่ก็ยังตอบโจทย์คุณได้แบบไม่เสียดายตังค์แน่นอนครับ
ทุกสถานที่ย่อมมีช่วงเวลาของมันครับ แม้วันนี้ “สวนหลังบ้าน” อาจจะไม่ได้เป็นโอเอซิสที่สวยไร้ที่ติเหมือนในอดีต แต่รสชาติอาหารที่คุ้นเคยก็ยังรอต้อนรับทุกคนอยู่เสมอ หวังว่าในอนาคตทางร้านจะมีการปรับปรุงพื้นที่ด้านนอกและห้องน้ำให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งนะครับ
บทส่งท้าย: ขอบคุณพื้นที่แห่งความทรงจำ และก้าวต่อไปของ ร้านสวนหลังบ้าน
ถึงแม้ว่า “สวนหลังบ้าน เชียงราย The Backyard” อาจจะก้าวผ่านช่วงเวลาที่เรียกได้ว่าเป็นยุคทอง หรือช่วง Prime Time ของร้านมาแล้ว ภาพของทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่หรือสะพานไม้ที่เคยคึกคักอาจจะแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอใช้พื้นที่ตรงนี้บอกจากใจเลยก็คือ “ความรู้สึกขอบคุณ”
ผมอยากขอบคุณทั้งตัวเจ้าของร้าน ทีมงาน และพนักงานทุกคน ที่ครั้งหนึ่งเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างสรรค์สถานที่แห่งนี้ขึ้นมา จนมันกลายเป็นจุดนัดพบที่แสนอบอุ่น เป็นเหมือน “โอเอซิส” ของอำเภอพานที่ใครไปใครมาก็ต้องแวะ ถือเป็นพิกัดระดับ “A must” ที่เคยเชิดหน้าชูตาให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างภาคภูมิใจมากจริงๆ
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา สวนหลังบ้านไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านอาหาร แต่เป็นพื้นที่ที่เคยมอบความสุข มอบรอยยิ้ม และเป็นเซฟโซนสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่พาลูกหลานมาวิ่งเล่นดูสัตว์ คู่รักที่มานั่งกุมมือดูพระอาทิตย์ตกดิน หรือแก๊งเพื่อนที่มาสังสรรค์ชาร์จพลังหลังเลิกงาน อาหารที่อร่อยถูกปาก เครื่องดื่มที่ชื่นใจ และความทรงจำที่งดงามเหล่านั้น ล้วนเป็นสิ่งที่เคยเยียวยาจิตใจผู้คนมานักต่อนัก
ในวันนี้ที่ร้านยังคงเปิดประตูต้อนรับลูกค้าอยู่ ผมก็ขอส่งกำลังใจดวงโตๆ ให้กับทางร้านครับ ขอให้กิจการก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง ราบรื่น ไม่สะดุด และหวังอยู่ลึกๆ ว่าในอนาคต เราอาจจะได้เห็นโอกาสในการพัฒนาหรือการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ที่ทำให้คนเมืองพานได้กลับมาใจฟูกันอีกครั้ง
สำหรับเพื่อนๆ ผู้อ่านคนไหนที่เคยมีความทรงจำดีๆ กับที่นี่ หรือใครที่อยากจะส่งกำลังใจและคำขอบคุณให้กับทางร้าน วิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุดคือการหาเวลาแวะกลับไป “อุดหนุน” ครับ ลองแวะไปทานสเต๊กจานโปรด จิบกาแฟเย็นๆ สักแก้ว แล้วมองไปรอบๆ เพื่อซึมซับบรรยากาศของสถานที่ที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างความสุขให้เรา ถือซะว่าเป็นการกลับไปทักทายเพื่อนเก่า กลับไปเยือนพื้นที่แห่งความทรงจำ และช่วยต่อลมหายใจให้ร้านอาหารในชุมชนได้อยู่คู่กับเมืองพานต่อไปครับ
12 กันยายน 2569
ข้อมูลร้าน
ร้าน: สวนหลังบ้าน เชียงราย The Backyard หรือเรียกสั้นว่า สวนหลังบ้าน
เวลาเปิด: 09:00 น. – 17:00 น.
หมุดร้าน: https://maps.app.goo.gl/cburXwtv9dHqsyKb7
































