Wee Coffee: ร้านกาแฟลับที่เคยสร้างตำนานกาแฟสดข้างทางที่กรุงเทพฯ 30 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้อยู่ที่พานพร้อมกับพิซซ่าโฮมเมดแสนอร่อยที่สายกาแฟสายกินต้องแวะ

Disclaimer: เนื้อหาในโพสต์นี้เป็นเพียงความคิดเห็นและประสบการณ์ส่วนตัวของบุคคลคนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง ณ ช่วงเวลาที่ไปใช้บริการนั้นๆ ดังนั้นประสบการณ์ รสชาติ ความชอบและสิ่งที่พบเจออาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์และมุมมองของแต่ละบุคคล

ที่อำเภอพาน หลายคนคงรู้ว่าตอนนี้มีร้านกาแฟเปิดใหม่เยอะแยะมากมายเต็มไปหมด ร้านที่เป็นที่รู้จักและดังที่สุดในอำเภอตอนนี้ก็น่าจะเป็นร้าน Harmony Coffee & Roastery ซึ่งได้เปรียบในเรื่องความพร้อมในการลงทุนในกาแฟ พนักงาน การตกแต่งสถานที่ และการทำการตลาด พยายามอัปเกรดตัวเองให้มีภาพลักษณ์ที่ดูพรีเมียม แถมทำเลก็ดีเยี่ยม จึงเป็นร้านที่มีคนรู้จักที่สุดในอำเภอ

แต่สำหรับวันนี้ เราจะพาไปร้านที่บ้านๆกว่านั้นแต่คุณภาพกาแฟไม่แพ้กัน เรามาทำความรู้จักกับอีกร้านหนึ่งที่บอกได้เลยว่า เป็นร้านกาแฟสไตล์บ้านๆ เรียบง่าย แทบจะไม่ได้ทำการตลาดอะไรเลย ปล่อยให้สินค้าขายตัวมันเองล้วนๆ อาศัยคนรู้จักแบบปากต่อปาก แต่กลับได้รับคะแนนรีวิวสูงถึง 5.0 ดาว แบบ Organic คือไม่ต้องให้รางวัลสำหรับการรีวิว

เรื่องการตกแต่งร้าน ความเป็นพรีเมียม อาจจะสู้ร้าน Harmony Coffee & Roastery ไม่ได้ แต่ถ้าพูดถึง “รสชาติ” บอกเลยว่าสู้ได้สบายมาก และสำหรับส่วนตัวผมเอง… ผมรู้สึกว่าร้านนี้อาจจะอร่อยกว่าด้วยซ้ำครับ ร้านที่ผมกำลังพูดถึงนี้มีชื่อว่า “Wee Coffee” ครับ

ที่มาของ Wee Coffee ที่ไม่ธรรมดา

Wee coffee
Wee coffee

ก่อนจะมาเป็น Wee Coffee ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ร้านแห่งนี้มีจุดเริ่มต้นจากร้านกาแฟสดริมทางในกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดขายมายาวนานกว่า 30 ปี ในช่วงเวลาที่กาแฟสดยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับคนไทย และวัฒนธรรมร้านกาแฟหรือคาเฟ่ยังไม่ได้แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน

เจ้าของร้านชื่อคุณต่อ เป็นชาวอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เดิมเปิดร้านกาแฟร่วมกับแฟนบริเวณย่านสะพานเหล็กในกรุงเทพฯ ชื่อ Wee Coffee มาจากชื่อของแฟนที่ชื่อว่า “วี” แต่หากเขียนว่า We Coffee ก็จะดูเป็นคำทั่วไปและอาจถูกเข้าใจว่าเป็นคำว่า We ที่แปลว่า “พวกเรา” จึงเพิ่มตัว e เข้าไปอีกหนึ่งตัว กลายเป็น Wee Coffee ซึ่งในเวลานั้นยังแทบไม่มีร้านอื่นใช้ชื่อนี้

จากซุ้มกาแฟริมทาง สู่ร้านที่คนย่านสะพานเหล็กรู้จัก

เริ่มแรกเป็นแบบรถเข็นที่ตั้งอยู่หัวมุมถนนเยาวราชตัดกับถนนมหาชัย เชิงสะพานเหล็ก ลักษณะร้านในช่วงแรกมักถูกเรียกว่า “ร้านกาแฟสดรถเข็น” แต่ไม่ได้เป็นรถเข็นขนาดเล็กแบบรถเข็นขายไอศกรีมหรือร้านที่เข็นขายไปเรื่อยๆ ตัวร้านมีลักษณะคล้าย คีออสก์ (Kiosk) หรือซุ้มขายกาแฟที่เคลื่อนย้ายได้ มีหลังคา เคาน์เตอร์ เครื่องปั่น และอุปกรณ์สำหรับชงกาแฟครบพอสมควร และเขาก็เรียกกาแฟของตัวเองว่า Wee are Underground Coffee

เนื่องจากอุปกรณ์หลายอย่างต้องใช้ไฟฟ้า ร้านจึงต้องมีจุดจอดประจำและขอซื้อไฟจากร้านค้าริมทางใกล้เคียง เพื่อใช้เครื่องปั่นและเครื่องชงกาแฟในแต่ละวัน แม้จะเป็นร้านเล็ก ๆ ข้างทาง แต่มีการจัดเตรียมอุปกรณ์และวัตถุดิบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการเลือกใช้เมล็ดกาแฟสดที่ผ่านการคัดคุณภาพมาชงขายในราคาที่คนทั่วไปเข้าถึงได้

ในยุคนั้น คนไทยส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับกาแฟโบราณหรือกาแฟผงสำเร็จรูปอย่างเนสกาแฟ ส่วนกาแฟสดที่ชงจากเมล็ดบดใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ยิ่งการนำกาแฟสดมาขายในรูปแบบซุ้มริมทางยิ่งเป็นสิ่งที่หลายคนไม่เคยพบเห็นมาก่อน ลูกค้าจึงรู้สึกตื่นเต้นกับกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างออกไป ประกอบกับราคาที่ไม่แพง ทำให้ร้านได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

Wee Coffee ตำนานร้านกาแฟสดรถเข็นเจ้าแรกของประเทศ

Wee Coffee มีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานและผู้ที่สัญจรผ่านย่านสะพานเหล็ก ร้านขายดีจนในหลายวันเปิดตั้งแต่ช่วงเช้าและปิดร้านได้ก่อนเวลา 14.00 น. เพราะกาแฟและวัตถุดิบที่เตรียมไว้ขายหมดแล้ว

จากเอกลักษณ์และความแปลกใหม่ของร้าน จึงได้รับการกล่าวถึงในหมู่ลูกค้าว่าเป็นหนึ่งในร้านกาแฟสดแบบรถเข็นหรือคีออสก์ริมทางรุ่นบุกเบิก

ในสมัยนั้นกาแฟสดที่หาได้จะต้องเป็นร้านขนาดใหญ่เป็นเรื่องเป็นราวซึ่งจะต้องเป็นร้านที่มีอุปกรณ์ทำกาแฟสดพร้อม มีไฟฟ้า มีพื้นที่ในการจัดเตรียมกาแฟอย่างเต็มที่ ถึงกระนั้นร้านแบบนั้นก็ยังมีน้อยมากในสมัยนั้น ส่วนร้านกาแฟสดแบบรถเข็นนี่ไม่มีเลย ร้าน Wee Coffee เป็นร้านแรกขายกาแฟสด และมีผู้ขนานนามว่าเป็น “ตำนานร้านกาแฟสดรถเข็นเจ้าแรกของประเทศ”

เรียนภาษาอังกฤษเพื่อสื่อสารกับลูกค้าต่างชาติ

ด้วยทำเลที่มีชาวต่างชาติเดินทางผ่านและเข้ามาซื้อกาแฟอยู่เสมอ คุณต่อเจ้าของร้านจึงต้องหาวิธีสื่อสารกับลูกค้าให้เข้าใจ ทั้งที่ในช่วงนั้นยังไม่มีสมาร์ตโฟนหรือโปรแกรมแปลภาษาให้ใช้งานสะดวกเหมือนปัจจุบัน เขาจึงไปซื้อพจนานุกรมภาษาอังกฤษเล่มใหญ่มาถึงสองเล่ม ใช้เปิดค้นคำศัพท์สำหรับแปลชื่อเมนู ทำป้าย และเขียนใบปลิวภาษาอังกฤษด้วยตนเอง

ความพยายามนี้สะท้อนให้เห็นว่าร้านไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะรสชาติของกาแฟ แต่ยังพยายามปรับตัวและดูแลลูกค้าหลากหลายกลุ่ม แม้จะเป็นเพียงร้านเล็ก ๆ ริมทางก็ตาม ลูกค้าต่างชาติจึงรู้จักและแวะเวียนมาที่ร้านเป็นจำนวนมาก บางคนกลับมาซื้อซ้ำ ขณะที่หลายคนขอถ่ายภาพร่วมกับเจ้าของร้านไว้เป็นที่ระลึก

“เจ้าพ่อยกนิ้ว” และที่มาของฉายากาแฟยกนิ้ว

อีกหนึ่งภาพจำของ Wee Coffee คือท่าทางยกนิ้วโป้งเวลาถ่ายรูป จริงๆเรื่องนี้ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเท่าไหร่นัก เริ่มจากลูกค้าชาวต่างชาติที่มักขอให้เจ้าของร้านยกนิ้วโป้งขึ้นขณะถ่ายภาพ ในตอนแรกเขาพอจะทราบว่าการยกนิ้วหมายถึงการชื่นชม แต่ยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำท่านี้ทุกครั้งที่ถ่ายรูป

ลูกค้าต่างชาติอธิบายว่า นิ้วโป้งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อว่า กาแฟของที่นี่ดีจริง และหากภาพเหล่านั้นยังคงอยู่ ผู้คนก็จะจดจำทั้งร้านและเจ้าของร้านได้ไปอีกนาน หลังจากนั้น เมื่อมีใครมาขอถ่ายรูป เจ้าของร้านจึงยกนิ้วโป้งให้กล้องเป็นประจำ จนกลายเป็นท่าประจำตัว

ต่อมาเมื่อเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย มีการนำภาพของเขากับร้านกาแฟไปเผยแพร่บน Facebook พร้อมทั้งกดไลก์และแบ่งปันต่อกัน ผู้คนสังเกตว่าเจ้าของร้านมักยกนิ้วโป้งทุกครั้งที่ถ่ายรูป จึงพากันเรียกว่า “เจ้าพ่อยกนิ้ว” ขณะที่ลูกค้าบางส่วนเรียกกาแฟของเขาง่าย ๆ ว่า “กาแฟยกนิ้ว” กลายเป็นเอกลักษณ์ที่เกิดขึ้นเองจากความทรงจำและประสบการณ์ของลูกค้า ไม่ได้เป็นสิ่งที่ร้านวางแผนสร้างขึ้นเพื่อการตลาดตั้งแต่ต้น

เมล็ดกาแฟในยุคที่กาแฟสดยังหาได้ยาก

ในช่วงเริ่มต้นของ Wee Coffee เมล็ดกาแฟคั่วไม่ได้หาซื้อได้ง่ายและมีตัวเลือกมากมายเหมือนในปัจจุบัน ผู้ขายกาแฟสดต้องรู้จักแหล่งจำหน่ายเฉพาะและจัดหาวัตถุดิบด้วยตนเอง กาแฟที่ร้านใช้ในเวลานั้นเป็นกาแฟจากเขาช่อง ซึ่งมีที่มาจากพื้นที่บริเวณ เขากะช่อง จังหวัดตรัง

การนำเมล็ดกาแฟมาบดและชงสดต่อหน้าลูกค้าเป็นภาพที่ค่อนข้างใหม่ในสมัยนั้น เพราะตลาดยังถูกครองด้วยกาแฟโบราณและกาแฟสำเร็จรูปเป็นหลัก Wee Coffee จึงเกิดขึ้นก่อนที่วัฒนธรรมกาแฟสดจะขยายตัวเป็นวงกว้าง ก่อนยุคที่คาเฟ่สมัยใหม่ ร้านกาแฟเชน และธุรกิจแฟรนไชส์จะปรากฏอยู่แทบทุกพื้นที่

ในเวลาต่อมา ร้านกาแฟสดเริ่มเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีผู้ประกอบการหลายรายที่ช่วยทำให้คนไทยรู้จักกาแฟสดมากขึ้น ตัวอย่างแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในยุคนั้นคือ บ้านไร่กาแฟ อย่างไรก็ตาม Wee Coffee มีจุดเริ่มต้นในฐานะร้านกาแฟขนาดเล็กริมทางที่นำกาแฟสดมาขายในราคาจับต้องได้ตั้งแต่ช่วงที่ผู้บริโภคทั่วไปยังไม่คุ้นเคยกับเครื่องดื่มประเภทนี้

ร้านเล็กที่เลือกไม่ขยายเป็นแฟรนไชส์

แม้ร้านจะขายดี มีลูกค้ารู้จักมากมาย และดำเนินกิจการอยู่ในกรุงเทพฯ ยาวนานประมาณ 30 ปี แต่เจ้าของไม่ได้คิดขยายร้านให้ใหญ่โตหรือพัฒนาเป็นแฟรนไชส์ เหตุผลสำคัญคือความกังวลเรื่องการควบคุมคุณภาพ เขามองว่าหากร้านสาขาอื่นไม่ได้ลงมือทำหรือดูแลด้วยตนเอง แล้วรสชาติกาแฟออกมาไม่ดี ลูกค้าก็อาจตำหนิชื่อ Wee Coffee โดยตรง

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเลือกทำร้านขนาดเล็กที่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การชงกาแฟ ไปจนถึงการพูดคุยและให้บริการลูกค้า แนวทางดังกล่าวอาจทำให้ร้านไม่ได้เติบโตเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ช่วยรักษารสชาติ รูปแบบการทำงาน และความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกค้าไว้ได้ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี

การกลับมาเริ่มต้นใหม่ที่อำเภอพาน

หลังจากใช้ชีวิตและขายกาแฟอยู่ในกรุงเทพฯ มาอย่างยาวนาน เจ้าของร้านตัดสินใจเดินทางกลับจังหวัดเชียงราย เพื่อกลับมาดูแลแม่ที่มีอายุมากขึ้น และนำประสบการณ์ทั้งหมดกลับมาเปิดร้านอีกครั้งที่บ้านป่าก่อพัฒนา บริเวณถนนเจริญเมือง อำเภอพาน เมื่อประมาณ 4–5 ปีก่อน

Wee Coffee ที่อำเภอพานจึงไม่ได้เป็นเพียงร้านกาแฟที่เพิ่งเปิดขึ้นใหม่ แต่เป็นการเดินทางต่อของร้านกาแฟริมทางจากย่านสะพานเหล็ก ซึ่งสั่งสมประสบการณ์มากว่า 30 ปี ร้านยังคงรักษาแนวคิดเดิม คือทำกาแฟอย่างใส่ใจ ขายในราคาที่เข้าถึงได้ และดูแลกิจการในขนาดที่เจ้าของสามารถควบคุมคุณภาพได้ด้วยตนเอง

เรื่องราวของ Wee Coffee สะท้อนให้เห็นพัฒนาการส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกาแฟสดในประเทศไทย ตั้งแต่ยุคที่คนส่วนใหญ่ยังรู้จักเพียงกาแฟโบราณและกาแฟสำเร็จรูป มาจนถึงยุคที่ร้านกาแฟและคาเฟ่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จากซุ้มกาแฟที่ต้องขอซื้อไฟจากร้านข้างทาง พจนานุกรมภาษาอังกฤษสองเล่ม และภาพถ่ายพร้อมท่ายกนิ้วโป้ง สู่ร้านเล็ก ๆ ในอำเภอพานที่ยังคงถ่ายทอดเรื่องราว รสชาติ และตัวตนของผู้ชงไว้ในกาแฟทุกแก้ว

ทำเลที่ตั้งและการเดินทาง

ร้าน Wee Coffee ตั้งอยู่ริมถนนพหลโยธิน อยู่ในเขตบ้านป่าก่อพัฒนา ตำบลเจริญเมือง อำเภอพาน การเดินทางมาก็ง่ายมากๆ ถ้ามาจากอำเภอเมืองจะไปอำเภอพานจะต้องผ่านอย่างแน่นอน

ถ้าคุณขับรถมาพอผ่าน 7-Eleven สาขาเจริญเมืองมาประมาณ 500 เมตร ให้สังเกตทางซ้ายมือไว้ครับ ร้านจะอยู่ติดถนนเลยแต่ทางเข้าจะไม่มีป้ายร้านเขียนว่า Wee Coffee แต่จะมีคำว่า Pizza แทน ให้เลี้ยวรถเข้ามาได้เลย

แต่ถ้าไม่สังเกตุให้ดีๆอาจจะเลยทางเข้าไปได้ง่ายๆหามองจากถนนเข้าไปก็ดูแทบไม่ออกว่ามีร้านอยู่ตรงนั้น จะเรียกว่าร้านลับก็คงจะไม่ผิดมากนักเพราะป้ายร้านไม่ได้เด่นหรือมีอะไรเป็นจุดสังเกตุได้ง่ายๆเหมือนร้านกาแฟทั่วๆไป

เรื่องที่จอดรถไม่ต้องเป็นห่วงเลย สำหรับต่างจังหวัดที่จอดรถคือเรื่องสำคัญ ร้านนี้มีที่จอดรถพอสมควร สามารถจอดใต้เต็นท์กันแดดได้ประมาณ 4 คัน และจอดบริเวณลานบ้านได้อีก 4-5 คัน รวมๆ แล้วทั้งร้านจอดรถยนต์พร้อมกันได้เป็นสิบคัน ส่วนใครที่ขับมอเตอร์ไซค์มา บอกเลยว่าที่จอดเหลือเฟือมากๆ

บรรยากาศภายในร้าน มี 2 โซนให้เลือก

พื้นที่ของร้านจะแบ่งออกเป็น 2 โซนหลักๆ ตามความชอบและสภาพอากาศครับ

  1. โซนบ้านกาแฟ (ห้องแอร์): โซนนี้จะเป็นบ้านน็อคดาวน์หลังเล็กๆ น่ารักๆ ต้องเดินขึ้นบันไดไปประมาณ 3-4 ขั้น ภายในติดแอร์เย็นสบายครับ แต่ต้องบอกก่อนว่าพื้นที่มีจำกัดมาก มีโต๊ะอยู่แค่ 3 โต๊ะ จุคนได้ประมาณ 5-6 คนเท่านั้น ถ้าเข้าไปนั่งกันเต็มก็จะรู้สึกอึดอัดนิดหน่อยครับ
  2. โซนหน้าร้าน (ลานบ้าน): โซนนี้จะเป็นที่โล่งใต้อาคารน็อคดาวน์ อยู่ติดลานบ้านเลยครับ สะดวกสบายมาก จอดรถปุ๊บก็เดินเข้ามานั่งได้เลย แต่ข้อเสียคือถ้ามาช่วงบ่ายๆ เที่ยงๆ ในฤดูร้อน มันจะร้อนตับแตกเลยครับ

ข้อแนะนำ: ถ้ามาตอนเที่ยงหรือบ่ายที่อากาศร้อนจัด แนะนำให้เข้าไปนั่งในโซนบ้านกาแฟจะดีที่สุดครับ แต่เนื่องจากที่นั่งมีจำกัด บางจังหวะลูกค้าเยอะเราอาจจะไม่ได้นั่งในห้องแอร์เพราะโต๊ะเต็ม อันนี้ก็ต้องทำใจร่มๆ ไว้หน่อยนะครับ อ้อ… ร้านนี้มีห้องน้ำที่สะอาดและสะดวกสบายอยู่ใกล้ๆ ด้วยครับ หายห่วงเรื่องนี้ได้เลย

เจ้าของ Wee Coffee กับประสบการณ์ที่ไม่ธรรมดา

หากเสน่ห์ของ Wee Coffee อยู่ที่รสชาติกาแฟ อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ร้านเล็ก ๆ แห่งนี้แตกต่างจากร้านทั่วไปก็คือ “คุณต่อ” เจ้าของร้านผู้คลุกคลีอยู่กับกาแฟมานานกว่า 30 ปี เขาไม่ได้เป็นเพียงเจ้าของกิจการ แต่เป็นทั้งคนชงกาแฟ คนเลือกวัตถุดิบ คนดูแลอุปกรณ์ และคนพูดคุยต้อนรับลูกค้าด้วยตัวเองมาตลอด

ก่อนย้ายกลับมาเปิดร้านที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย คุณต่อเคยขายกาแฟอยู่บริเวณสะพานเหล็กในกรุงเทพฯ ร้านในช่วงแรกเป็นรถเข็นหรือซุ้มกาแฟเคลื่อนที่ ตั้งอยู่แถวหัวมุมถนนเยาวราชตัดกับถนนมหาชัย บริเวณเชิงสะพานเหล็ก ซึ่งในเวลานั้นเป็นย่านการค้าสำคัญและอยู่ไม่ไกลจากตลาดคลองถม แหล่งรวมเครื่องมือ อุปกรณ์ และสินค้าหลากหลายประเภทที่บรรดาช่างและนักซื้อของรู้จักกันดี

ต่อมาร้านย้ายจากจุดเดิมไปอยู่บริเวณปากซอยเยาวราช 35 ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก จากซุ้มกาแฟริมทางจึงกลายเป็นร้านมุมเล็ก ๆ ที่พอมีพื้นที่ให้ลูกค้านั่งพัก หลังจากเดินเลือกซื้อของท่ามกลางความคึกคักของย่านสะพานเหล็กและคลองถม ร้านเป็นที่รู้จักในชื่อ “Wee Coffee ฟุตบาทคาเฟ่” และค่อย ๆ กลายเป็นร้านประจำของคนทำงาน คนเดินซื้อของ และลูกค้าต่างชาติที่สัญจรผ่านไปมา

เติบโตมากับกาแฟ และเรียนรู้จากการลงมือทำ

ความผูกพันระหว่างคุณต่อกับกาแฟไม่ได้เริ่มต้นขึ้นหลังเปิด Wee Coffee เท่านั้น เพราะครอบครัวของเขาขายกาแฟแบบไทยมาตั้งแต่เขายังเด็ก ทำให้เขาคุ้นเคยกับกลิ่น รสชาติ และบรรยากาศของการขายกาแฟมาเป็นเวลานาน

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนคนหนึ่งเปิดร้านกาแฟสดและชวนเขาไปช่วยงาน คุณต่อจึงมีโอกาสฝึกทำกาแฟ เรียนรู้การใช้อุปกรณ์ และทำความเข้าใจกับกาแฟสดอย่างจริงจัง จากเดิมที่เป็นคนชอบดื่มกาแฟอยู่แล้ว เมื่อได้ลงมือทำด้วยตัวเองก็ยิ่งรู้สึกชอบ จนนำประสบการณ์ที่ได้รับมาเริ่มต้นร้านกาแฟสดของตนเอง

ในเวลานั้น กาแฟสดยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลายเหมือนปัจจุบัน เส้นทางของคุณต่อจึงไม่ได้เกิดจากการตามกระแสคาเฟ่ แต่เป็นการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง ตั้งแต่ยุคที่การหาเมล็ดกาแฟ อุปกรณ์ และองค์ความรู้เกี่ยวกับการชงกาแฟยังไม่สะดวก เขาค่อย ๆ สะสมประสบการณ์จากการชงให้ลูกค้าแต่ละคน และพัฒนาวิธีการทำงานของตัวเองมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากประสบการณ์ด้านกาแฟแล้ว คุณต่อยังเคยศึกษาที่โรงเรียนเพาะช่าง พื้นฐานทางศิลปะนี้สะท้อนอยู่ในลักษณะการทำงานของเขา โดยเฉพาะความละเอียด การสังเกต และความพิถีพิถันในการปรุงเครื่องดื่ม ลูกค้าในอดีตมักจดจำเขาได้จากท่าทางการชงอย่างตั้งใจ รวมถึงการใส่ส่วนผสมอย่างเต็มที่เพื่อให้เครื่องดื่มมีรสชาติเข้มข้นและถูกใจผู้ดื่ม

กาแฟนับแสนแก้วที่ชงด้วยมือตัวเอง

ตลอดเวลากว่า 30 ปี คุณต่อเลือกดูแลการชงกาแฟด้วยตนเองแทบทุกแก้ว แม้บางช่วงจะมีลูกมือมาช่วยงานบ้าง แต่หน้าที่หลักของลูกมือมักเป็นการจัดเตรียมวัตถุดิบ รับคำสั่งซื้อ หรือช่วยงานส่วนอื่น ส่วนการชงกาแฟยังอยู่ในความรับผิดชอบของเขาเป็นหลัก

คุณต่อเคยประเมินว่า ตลอดชีวิตการทำงาน เขาอาจชงกาแฟมาแล้วถึงประมาณ 500,000 แก้ว ตัวเลขดังกล่าวอาจฟังดูมาก แต่หากคำนวณจากการทำงาน 30 ปี โดยเฉลี่ยวันละประมาณ 50 แก้ว ก็มีความเป็นไปได้ เพราะหากเปิดขายเกือบทุกวัน ปริมาณรวมตลอดสามทศวรรษย่อมอยู่ในระดับหลายแสนแก้วได้

สิ่งที่มีค่ามากกว่าจำนวนแก้วคือประสบการณ์ที่สะสมอยู่ในทุกขั้นตอน การชงกาแฟจำนวนมากทำให้คุณต่อได้พบลูกค้าที่มีความชอบแตกต่างกัน ได้เรียนรู้ว่าความเข้ม ความหวาน กลิ่น และรสชาติแบบใดเหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม รวมถึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภคตั้งแต่ยุคกาแฟโบราณและกาแฟสำเร็จรูป มาจนถึงยุคกาแฟสด คาเฟ่ และกาแฟสเปเชียลตี

คำชมจากเจ้าของกาแฟเขาช่อง

อีกหนึ่งเหตุการณ์ที่คุณต่อจดจำได้ คือครั้งที่ คุณจิระ จิระเลิศพงษ์ เจ้าของกาแฟเขาช่อง เคยแวะมาชิมกาแฟที่ร้านขณะยังเปิดขายอยู่ในกรุงเทพฯ หลังจากได้ชิมแล้ว เขากล่าวว่ากาแฟมีรสชาติเข้มข้นดี

สำหรับร้านกาแฟริมทางเล็ก ๆ คำชมดังกล่าวมีความหมายไม่น้อย เพราะเป็นการยืนยันว่าความพิถีพิถันของผู้ชงสามารถส่งผ่านไปถึงรสชาติในแก้วได้ โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยหน้าร้านขนาดใหญ่หรือการตกแต่งหรูหรา ที่สำคัญคือความเข้าใจวัตถุดิบ การควบคุมสัดส่วน และประสบการณ์ของคนชง

ลูกค้าต่างชาติที่ตามหาร้านจากภาพในโทรศัพท์

Wee Coffee ในยุคสะพานเหล็กมีลูกค้าชาวต่างชาติแวะเวียนมาอย่างต่อเนื่อง หลายคนติดใจรสชาติและประสบการณ์ที่ได้รับจากร้าน เมื่อเดินทางกลับประเทศของตนก็เล่าเรื่องร้านให้เพื่อนหรือคนรู้จักฟัง พร้อมแนะนำว่าหากมีโอกาสเดินทางมากรุงเทพฯ ไม่ควรพลาดการแวะมาดื่มกาแฟที่นี่

ครั้งหนึ่งมีลูกค้าชาวต่างชาติคู่หนึ่งเดินทางมาถึงร้าน ก่อนยื่นโทรศัพท์ให้คุณต่อดูภาพและถามว่า บุคคลในภาพคือเขาใช่หรือไม่ เมื่อคุณต่อตอบว่าใช่ ทั้งคู่ก็แสดงอาการดีใจและเล่าว่า เพื่อนที่เคยเดินทางมาเมืองไทยเป็นคนส่งภาพให้ พร้อมกำชับว่าหากมาเที่ยวกรุงเทพฯ ต้องตามมาดื่มกาแฟที่ร้านนี้ให้ได้

ลูกค้าคู่นั้นยังบอกอีกว่า เพื่อนของเขาเคยมีบัตรสะสมแต้มของ Wee Coffee ซึ่งกำหนดให้ซื้อครบ 10 แก้วแล้วรับฟรีอีก 1 แก้ว แต่บัตรดังกล่าวสูญหายไป จึงฝากให้มาขอบัตรใบใหม่กลับไปเก็บไว้เป็นที่ระลึก

เหตุการณ์นี้ทำให้คุณต่อรู้สึกซาบซึ้งจนเกือบน้ำตาไหล เพราะสิ่งที่ลูกค้าจดจำไม่ใช่เพียงรสชาติกาแฟ แต่รวมถึงภาพของร้าน คนชง และบัตรสะสมแต้มธรรมดา ๆ ใบหนึ่ง เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่าร้านกาแฟขนาดเล็กสามารถเดินทางไปอยู่ในความทรงจำของผู้คนที่อยู่ไกลออกไปอีกซีกโลกได้ โดยอาศัยเพียงคำแนะนำจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่ง

ชื่อเสียงที่เกิดจากคำบอกเล่า

ในช่วงที่สื่อสังคมออนไลน์ยังไม่แพร่หลาย การที่ลูกค้าต่างชาติส่งต่อชื่อ Wee Coffee ให้เพื่อนถือเป็นการบอกต่ออย่างแท้จริง ไม่มีระบบรีวิวออนไลน์ ไม่มีแผนการตลาดซับซ้อน และไม่มีการซื้อโฆษณา ชื่อของร้านเดินทางไปพร้อมกับภาพถ่าย ความประทับใจ และเรื่องเล่าของผู้ที่เคยมาดื่มกาแฟ

หลายครั้งคุณต่อเพิ่งทราบว่าร้านของตนถูกแนะนำไปต่างประเทศ เมื่อลูกค้าต่างชาติเดินทางมาถึงและบอกว่า เพื่อนหรือคนรู้จักเป็นผู้แนะนำให้มา บางคนมีภาพร้านอยู่ในโทรศัพท์ บางคนจำภาพเจ้าของร้านที่ชอบยกนิ้วโป้งเวลาถ่ายรูปได้ จนท่ายกนิ้วกลายเป็นภาพจำของทั้งตัวคุณต่อและ Wee Coffee

สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร้านกับลูกค้าเป็นส่วนสำคัญของ Wee Coffee มาโดยตลอด ลูกค้าไม่ได้เข้ามาซื้อเครื่องดื่มแล้วจากไปเท่านั้น แต่ยังได้พูดคุย ถ่ายภาพ แลกเปลี่ยนเรื่องราว และนำความประทับใจกลับไปบอกต่อ

คนที่มองลูกค้าออกจากประสบการณ์จริง

การพบปะลูกค้ามานับไม่ถ้วนทำให้คุณต่อได้สังเกตวิธีคิดและความสนใจของผู้คนหลากหลายกลุ่ม ข้อสรุปอย่างหนึ่งที่เขาได้จากประสบการณ์คือ หากไม่นับบุคลากรที่ทำงานอยู่ในวงการกาแฟโดยตรง กลุ่มคนที่มีความรู้เรื่องกาแฟอย่างน่าประหลาดใจคือ นักปั่นจักรยาน

นักปั่นหลายคนเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ และแวะร้านกาแฟเป็นประจำ จึงมีโอกาสชิมกาแฟจากหลายแหล่ง พวกเขามักสนใจเรื่องเมล็ดกาแฟ วิธีชง รสชาติ และลักษณะเฉพาะของแต่ละร้าน การสนทนากับลูกค้ากลุ่มนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การสั่งว่าต้องการหวานมากหรือหวานน้อย แต่สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับกาแฟกันได้อย่างจริงจัง

ปัจจุบัน หากผู้ที่สนใจเรื่องกาแฟแวะมาที่ Wee Coffee ในอำเภอพาน ก็สามารถชวนคุณต่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ได้ เขาเป็นคนเป็นกันเองและยินดีแบ่งปันประสบการณ์ที่สะสมมาตลอดหลายสิบปี ทั้งเรื่องการชง การเลือกใช้อุปกรณ์ การเปิดร้าน และความเปลี่ยนแปลงของวงการกาแฟไทย

จากคนชงกาแฟสู่ครูผู้ถ่ายทอดอาชีพ

เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น คุณต่อเริ่มมีคนเข้ามาขอให้ช่วยสอนทำกาแฟอยู่เสมอ แต่เขาไม่ได้รับสอนทุกคนโดยไม่มีเงื่อนไข สิ่งแรกที่พิจารณาคือความพร้อม ความตั้งใจ และความรักในงานกาแฟของผู้เรียน

ในมุมมองของคุณต่อ การทำกาแฟเป็นอาชีพที่ต้องอาศัยความอดทนสูง ผู้ที่จะเปิดร้านไม่ควรมองเพียงภาพสวยงามของการเป็นเจ้าของคาเฟ่ เพราะเบื้องหลังยังมีงานเตรียมวัตถุดิบ การดูแลอุปกรณ์ การรักษาความสะอาด การควบคุมต้นทุน และการยืนทำงานซ้ำ ๆ ทุกวัน หากเห็นว่าผู้ที่มาขอเรียนยังไม่พร้อมหรือไม่ได้ชอบกาแฟอย่างแท้จริง เขาจะพูดตรง ๆ และแนะนำให้ลองพิจารณาอาชีพอื่นที่เหมาะสมกว่า

ในทางกลับกัน หากพบคนที่ตั้งใจจริง เขาก็พร้อมถ่ายทอดความรู้ให้ ลูกศิษย์หลายคนสามารถนำสิ่งที่เรียนไปประกอบอาชีพ บางคนเปิดร้านกาแฟของตนเองและสร้างรายได้จนประสบความสำเร็จ ขณะที่บางคนพัฒนาตัวเองจนได้เดินทางไปทำงานเป็นบาริสต้าในประเทศออสเตรเลีย

คุณต่อยังเคยได้รับเชิญจากหน่วยงานด้านแรงงานให้ไปสอนการทำกาแฟแก่ผู้ที่ต้องการนำทักษะนี้ไปประกอบอาชีพ โดยมีการจัดอบรมบริเวณดินแดงอยู่หลายครั้ง บทบาทของเขาจึงขยายจากคนขายกาแฟริมทางไปสู่การเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้และช่วยสร้างโอกาสทางอาชีพให้ผู้อื่น

อย่างไรก็ตาม วิธีการสอนของเขาไม่ได้มุ่งให้ผู้เรียนจำสูตรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้เข้าใจธรรมชาติของงาน รู้จักความรับผิดชอบ และยอมรับว่าคุณภาพที่สม่ำเสมอต้องเกิดจากการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง

พัฒนาอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการชง

Wee coffee

ประสบการณ์จากการใช้งานเครื่องชงกาแฟมาเป็นเวลานานทำให้คุณต่อสนใจรายละเอียดของอุปกรณ์ ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะรสชาติที่ออกมาในแก้วเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงวัสดุที่สัมผัสกับน้ำและกาแฟระหว่างกระบวนการชงด้วย

ตามข้อมูลของเจ้าของร้าน เขาได้พัฒนาชิ้นส่วนสำหรับเครื่องชงกาแฟและจดทะเบียนสิทธิไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 ชิ้นส่วนดังกล่าวผลิตจากวัสดุระดับ Food Grade เพื่อให้เหมาะกับการสัมผัสอาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งลดความกังวลเรื่องสารหรือโลหะตกค้าง

คุณต่อใช้อุปกรณ์นี้เป็นส่วนหนึ่งของการชงกาแฟที่ Wee Coffee มาจนถึงปัจจุบัน จึงเชื่อมั่นในความปลอดภัยของเครื่องมือที่ตนเลือกใช้ เรื่องนี้สะท้อนลักษณะการทำงานของเขาที่ไม่ได้สนใจเพียงว่ากาแฟต้องเข้มหรืออร่อย แต่ยังมองลึกไปถึงกระบวนการและวัสดุที่อยู่เบื้องหลังเครื่องดื่มแต่ละแก้ว

ผู้เห็นความเปลี่ยนแปลงของวงการกาแฟไทย

ช่วงที่ขายกาแฟอยู่กรุงเทพฯ คุณต่อมีโอกาสเข้าร่วมงานเกี่ยวกับกาแฟที่เมืองทองธานีอยู่เรื่อย ๆ การไปงานเหล่านี้ทำให้เขาได้พบผู้ประกอบการ เห็นเครื่องมือใหม่ ๆ เรียนรู้แนวคิดที่เกิดขึ้นในวงการ และติดตามพัฒนาการของตลาดกาแฟในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี เขาเห็นตั้งแต่ยุคที่ผู้บริโภคจำนวนมากยังไม่รู้จักกาแฟสด จนถึงช่วงที่ร้านกาแฟเริ่มขยายตัว เกิดธุรกิจแฟรนไชส์ เครื่องชงมีความทันสมัยขึ้น ผู้คนสนใจแหล่งที่มาของเมล็ด และกาแฟสเปเชียลตีกลายเป็นตลาดที่มีบทบาทมากขึ้น

ประสบการณ์ของคุณต่อจึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การยืนชงกาแฟหลังเคาน์เตอร์ แต่ยังรวมถึงการเฝ้ามองวงการจากสายตาของผู้ประกอบการรายเล็กที่อยู่ร่วมกับความเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่ต้น เขาเห็นทั้งโอกาส ข้อดี และแรงกดดันที่เกิดขึ้นเมื่อกาแฟกลายเป็นสินค้าเชิงวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์

รักกาแฟ แต่ไม่ยกย่องตามกระแสโดยไม่ตั้งคำถาม

แม้คุณต่อจะชื่นชอบกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ ขายกาแฟมานานกว่า 30 ปี และชงมาแล้วหลายแสนแก้ว แต่เขาไม่ได้มองว่ากาแฟทุกกระแสต้องได้รับการยกย่องโดยไม่มีข้อสงสัย ตรงกันข้าม เขามีมุมมองต่อราคากาแฟและพฤติกรรมของผู้บริโภคค่อนข้างตรงไปตรงมา

เขาเห็นว่าคนไทยไม่ควรตามกระแสจนเกินกำลังของตนเอง กาแฟหนึ่งแก้วอาจมีราคาตั้งแต่ 50–80 บาท ขณะที่กาแฟสเปเชียลตีอาจมีราคาหลักร้อย และกาแฟจากแบรนด์ระดับโลกบางแห่งอาจสูงถึง 200–300 บาทต่อแก้ว สำหรับบางครอบครัว เงินจำนวนดังกล่าวถือเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับรายได้จากการทำงานตลอดทั้งวัน

คุณต่อไม่ได้ปฏิเสธว่ากาแฟคุณภาพดีมีต้นทุน และไม่ได้มองว่าผู้บริโภคไม่ควรซื้อกาแฟราคาแพง แต่ต้องการให้แต่ละคนพิจารณาความเหมาะสมกับฐานะของตัวเอง รวมทั้งตั้งคำถามว่าเงินที่จ่ายออกไปกระจายกลับไปถึงเกษตรกรและชุมชนผู้ผลิตมากน้อยเพียงใด

แม้การปลูกกาแฟจะช่วยให้ชาวบ้านและชุมชนบนพื้นที่สูงมีอาชีพและรายได้ แต่ในมุมมองของเขา เงินส่วนสำคัญในห่วงโซ่ธุรกิจอาจยังตกอยู่กับนายทุน ผู้ค้า หรือคนกลาง มากกว่าจะกลับไปถึงผู้ปลูกอย่างเต็มที่ การเติบโตของตลาดจึงไม่จำเป็นต้องหมายความว่าเกษตรกรต้นทางจะได้รับประโยชน์ในสัดส่วนเดียวกันเสมอไป

จากกาแฟกลับมามองคุณค่าของข้าวไทย

ประสบการณ์ในวงการกาแฟทำให้คุณต่อย้อนกลับมาตั้งคำถามถึงสินค้าเกษตรที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน โดยเฉพาะ ข้าวไทย เขาอยากเห็นคนไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และภาครัฐให้ความสำคัญกับการพัฒนาข้าวในระดับใกล้เคียงกับความตื่นตัวเรื่องกาแฟ

หากกาแฟสามารถมีเวทีประกวด มีการจำแนกแหล่งปลูก ศึกษารสชาติ และสร้างเรื่องราวจากพื้นที่ต้นทางได้ ข้าวก็ควรได้รับการส่งเสริมในลักษณะเดียวกัน เช่น การค้นหาว่าข้าวจากพื้นที่ใดมีรสชาติดี มีคุณภาพโดดเด่น หรือมีวิธีปลูกที่เป็นเอกลักษณ์ ก่อนนำจุดแข็งเหล่านั้นมาพัฒนาและเพิ่มมูลค่า เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม คุณต่อยอมรับว่าแนวคิดนี้อาจเกิดขึ้นจริงได้ยาก เพราะธรรมชาติของข้าวและกาแฟแตกต่างกัน กาแฟสามารถนำเสนอความหลากหลายของสายพันธุ์ แหล่งปลูก วิธีแปรรูป ระดับการคั่ว และวิธีชงได้อย่างชัดเจน ขณะที่ข้าวเป็นอาหารพื้นฐานซึ่งหาได้ง่ายและอยู่ในชีวิตประจำวันจนผู้คนอาจมองข้ามคุณค่า

มุมมองดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการต่อต้านกาแฟ แต่เกิดจากคนที่อยู่กับกาแฟมานานพอจะเห็นว่า การสร้างกระแสให้สินค้าชนิดหนึ่งสามารถเพิ่มมูลค่าได้มากเพียงใด เขาจึงอยากเห็นสินค้าเกษตรที่สำคัญต่อคนไทยได้รับการพัฒนาและถ่ายทอดคุณค่าอย่างจริงจังเช่นเดียวกัน

นักบิดผู้เดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ทั่วประเทศ

นอกเหนือจากโลกของกาแฟ คุณต่อยังเป็นนักบิดตัวยง เวลาว่างหรือวันพักผ่อน เขามักขี่มอเตอร์ไซค์เดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะรถสไตล์ Classic Naked Bike หรือมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ที่เปิดให้เห็นโครงสร้างและเครื่องยนต์อย่างชัดเจน

เขาขี่มอเตอร์ไซค์และเดินทางในลักษณะนี้มานานราว 30 ปี ผ่านเส้นทางมาแล้วทั่วประเทศ การขี่รถสำหรับคุณต่อจึงไม่ใช่เพียงงานอดิเรกชั่วคราว แต่เป็นอีกส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่ดำเนินคู่มากับการทำกาแฟ

กาแฟและมอเตอร์ไซค์อาจดูเป็นคนละเรื่อง แต่ทั้งสองอย่างมีจุดร่วมอยู่ที่ความใส่ใจในรายละเอียด การดูแลอุปกรณ์ และประสบการณ์ที่ต้องสะสมด้วยตัวเอง การเดินทางยังเปิดโอกาสให้เขาได้พบผู้คน เห็นวิถีชีวิตที่แตกต่าง และเรียนรู้สิ่งใหม่จากสถานที่จริง ไม่ต่างจากการเรียนรู้กาแฟผ่านลูกค้าแต่ละคนตลอดหลายสิบปี

ร้านที่บริหารกันเองเพียงสองคน

ปัจจุบัน Wee Coffee ที่อำเภอพานเป็นร้านขนาดเล็กซึ่งคุณต่อและภรรยาช่วยกันดูแลเพียงสองคน ทั้งคู่รับผิดชอบตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ ชงเครื่องดื่ม ทำอาหาร เสิร์ฟ เก็บโต๊ะ และดูแลความเรียบร้อยภายในร้าน โดยไม่มีระบบพนักงานจำนวนมากเหมือนร้านกาแฟขนาดใหญ่

ข้อดีคือเจ้าของสามารถควบคุมคุณภาพและลงมือทำด้วยตัวเอง ลูกค้ามีโอกาสพูดคุยกับคนชงโดยตรง และอาหารหรือเครื่องดื่มแต่ละรายการมีลักษณะเป็นงานโฮมเมดอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดคือทุกอย่างต้องใช้เวลา โดยทั่วไปลูกค้าอาจต้องรอประมาณ 10–15 นาที และหากมีลูกค้าเข้ามาพร้อมกันหลายโต๊ะ ระยะเวลารออาจเพิ่มเป็น 20 นาทีหรือมากกว่านั้น

ผู้ที่มาร้านนี้จึงควรเข้าใจรูปแบบการทำงานของร้านครอบครัวและไม่ควรคาดหวังความรวดเร็วแบบร้านเชน สิ่งที่ได้รับแลกมากับการรอคืออาหารและเครื่องดื่มที่เจ้าของลงมือทำเอง รวมถึงโอกาสได้พูดคุยกับผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการกาแฟมานานกว่าสามทศวรรษ

มากกว่าคนชงกาแฟ

เรื่องราวของคุณต่อแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ได้เป็นเพียงเจ้าของร้านกาแฟในอำเภอพาน แต่เป็นคนทำกาแฟที่ผ่านประสบการณ์หลายด้าน ตั้งแต่เติบโตมากับกาแฟแบบไทย เรียนรู้กาแฟสดจากร้านของเพื่อน เปิดซุ้มกาแฟริมทาง ชงเครื่องดื่มหลายแสนแก้ว และสร้างชื่อจากคำบอกเล่าของลูกค้า ไปจนถึงการถ่ายทอดอาชีพให้ลูกศิษย์และพัฒนาอุปกรณ์ที่ใช้ในการชง

เขาเคยเห็นลูกค้าต่างชาติตามหาร้านจากภาพในโทรศัพท์ เคยได้รับคำชมจากผู้มีประสบการณ์ในธุรกิจกาแฟ ได้รับเชิญไปสอนผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพ และเห็นลูกศิษย์เติบโตไปเป็นเจ้าของร้านหรือบาริสต้าในต่างประเทศ ขณะเดียวกัน เขายังคงตั้งคำถามต่อราคากาแฟ กระแสบริโภคนิยม และการกระจายรายได้กลับไปสู่เกษตรกรต้นทาง

นอกเวลางาน คุณต่อยังเป็นนักบิดที่เดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์มาแล้วทั่วประเทศ แต่ไม่ว่าจะเดินทางไปไกลเพียงใด สิ่งที่เขากลับมาทำเสมอก็คือการยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ลงมือชงกาแฟด้วยตัวเอง และพูดคุยกับลูกค้าทีละคน

Wee Coffee จึงเป็นร้านที่ตัวตนของเจ้าของกับตัวร้านแยกออกจากกันได้ยาก กาแฟทุกแก้วไม่ได้มีเพียงส่วนผสมและสูตรการชง แต่มีประสบการณ์กว่า 30 ปี ความละเอียดจากพื้นฐานทางศิลปะ ความเชื่อเรื่องคุณภาพและความปลอดภัย ตลอดจนทัศนคติของคนทำงานที่เลือกดูแลร้านเล็ก ๆ ด้วยมือตัวเองอยู่ในนั้นด้วย

ทีเด็ดของร้าน: อาหารอร่อยทุกอย่าง!

แม้ว่าธีมของร้านจะเน้นความเป็น “ร้านกาแฟ” แต่ขอบอกเลยว่า อาหารที่นี่อร่อยมาก และอร่อยทุกอย่าง! อย่างที่บอกไปว่าเจ้าของร้านมีประสบการณ์ด้านอาหารมาก่อน เมนูอาจจะไม่ได้มีเยอะแยะเป็นร้อยอย่าง เมนูอาหารตามสั่งมีประมาณ 10 กว่ารายการเท่านั้น แต่ทำออกมาได้คุณภาพเน้นๆ เรียกว่าหลับตาจิ้มเมนูไหนก็อร่อยแน่นอน

  • พิซซ่าโฮมเมด: นี่คือพระเอกของร้านเลยครับ พิซซ่าอร่อยมาก แป้งทำเอง ทำสดใหม่ร้อนๆ (ดูเหมือนเขาจะทำแป้งเป็นแพ็กเกจเตรียมไว้ก่อนแล้วค่อยเอาเข้าเตาอบ) แป้งบางกรอบ หน้าแน่น ผมกล้าพูดเลยว่านี่น่าจะเป็นพิซซ่าโฮมเมดที่อร่อยที่สุดในอำเภอพาน รสชาติอร่อยสูสีพอๆ กับร้าน Loveterrong ในตัวอำเภอเลยครับ
  • พิซซ่าหน้าทุเรียน: อันนี้คือไฮไลท์ที่ห้ามพลาด! มีพิซซ่าหน้าทุเรียนที่รสชาติดีมากๆ ยิ่งถ้าใครเป็นสาวกชอบกินทุเรียน แนะนำให้ต้องลองสั่งเลยครับ
  • อาหารตามสั่งและพาสต้า: เมนูอื่นๆ ก็เด็ดไม่แพ้กัน ที่อยากแนะนำคือ กะเพราหมู/ไก่ (ผัดแบบพริกแห้ง หอมๆ รสจัดจ้าน), ผัดซีอิ๊ว, สปาเก็ตตี้เบคอน และเมนูง่ายๆ อย่างไข่เจียวก็ยังทอดออกมาได้อร่อยครับ

ส่วน เครื่องดื่มและกาแฟ ร้านนี้เหมาะมากๆ สำหรับคนเดินทางไกลที่อยากแวะจิบกาแฟดีๆ เพราะกาแฟของเขาดีจริงๆ ชงได้อร่อยและเข้าใจคอกาแฟ สั่งหวานน้อยก็จะได้หวานน้อย สั่งหวานกลาง หวานมาก ก็จะได้รสชาติตามที่สั่งเป๊ะๆ ไม่มีเพี้ยนครับ

เรื่องพิซซ่าและอาหาร

หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าร้านนี้คือของดีเมืองพานที่ซ่อนอยู่ อย่างเรื่องพิซซ่าลูกค้าหลายคนยกนิ้วให้พิซซ่าที่นี่อร่อยที่สุดในอำเภอพาน บางคนถึงกับบอกว่าเป็น “พิซซ่าที่อร่อยที่สุดในสามโลก” แป้งพิซซ่าทำเองได้ดีมาก บางกรอบ เครื่องแน่น และอบสดๆ ร้อนๆ

สำหรับพิซซ่าทุเรียน ใครที่ยังไม่เคยกินพิซซ่าทุเรียนหรือแม้แต่จะได้ยินชื่อมาก่อนต้องลองเลย ตอนแรกอาจจะคิดว่ามันจะเข้ากันไหม แต่พอได้กินคือสุดยอดของความอร่อย ขนาดคนที่ไม่กินทุเรียนยังต้องยอมกิน

นอกจากพิซซ่าแล้ว เมนู “ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สูตรฮ่องกง” เป็นอีกเมนูที่ถูกพูดถึงเยอะมาก ฟังดูเหมือนจะเป็นเมนูธรรมดาๆแต่ถ้าได้ลองจะรู้ว่าหอมกลิ่นคั่วกระทะสุดๆ ได้อารมณ์ของอาหารประเภทคั่วกระทะแถวเยาวราช ถือเป็นเมนูที่มีเอกลักษณ์หาทานยากในย่านนี้

ที่พลาดไม่ได้คืออาหารแบบไทยๆคือกะเพราหมูสับหรือไก่สับพร้อมไข่ดาว เป็นกะเพราที่ถูกต้องตามสูตรแบบไทยๆคือแห้ง ไม่แฉะน้ำมัน ใช้พริกแห้ง เผ็ดกำลังดี กลิ่นหอมกะเพราสดๆแบบต้องกินหมดทุกใบ ซึ่งเป็นรสชาติแบบดั้งเดิมจริงๆ ไม่ใช่รสชาติจืดบ้าง หวานบ้างหรือที่เรียกว่ารสชาติสำหรับนักท่องเที่ยวที่เห็นอยู่ทั่วไป

เมนูสปาเก็ตตี้ ข้าวซอยไก่ สุกี้ และอาหารสไตล์ Local ก็ได้รับคำชมว่ารสชาติดี ปรุงสดใหม่จานต่อจาน

สำหรับคนทานมังสวิรัติ มีลูกค้าชาวต่างชาติประทับใจเมนูบะหมี่ผักสไตล์ญี่ปุ่นที่ทางร้านตั้งใจทำให้เป็นพิเศษด้วยครับ

เรื่องกาแฟและเครื่องดื่ม

สมัยนี้ถ้าคุณแวะเวียนไปตามร้านกาแฟสดริมทางบ่อยๆ คุณจะรู้ว่าเมนูส่วนใหญ่แทบจะเหมือนกันหมด ไม่ว่าคุณจะสั่งลาเต้ คาปูชิโน่ หรือเอสเปรสโซ่ คุณก็จะได้รับนมข้นหวานหรือนมข้นจืด น้ำตาล และช็อตกาแฟเอสเปรสโซ่แบบเดียวกัน แต่ที่นี่จะไม่ใช่แบบนั้น

หลังจากที่ได้ไปลองด้วยตัวเองและรับฟังจากเสียงสะท้อนบอกเลยว่ากาแฟดีงามมาก เป็นจุดแวะพักเติมกาแฟที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนเดินทาง ลุงเจ้าของร้านชงกาแฟเก่งมาก มีฝีมือระดับศิลปิน

จากการสั่งสมประสบการณ์กว่า 500,000 แก้วตลอด 30 ปี รสชาติกาแฟของ Wee Coffee จึงไม่ใช่แค่เครื่องดื่ม แต่เป็นรสสัมผัสที่มี “ตัวตน” และผ่านการบ่มเพาะจนลงตัว ผมจินตนาการว่ามันคือกาแฟที่มีความเข้มข้นลึกซึ้งแต่ไม่กระด้าง มีกลิ่นอายความเก๋าแบบย้อนยุคที่ผสานเข้ากับเทคนิคสมัยใหม่ได้อย่างสมดุล

รสชาติจะมีความละมุนนำด้วยความหอมของเมล็ดกาแฟคั่วคุณภาพดีที่สกัดออกมาอย่างพอเหมาะ ไม่หวานแหลมจนกลบมิติของกาแฟ แต่เป็นความกลมกล่อมที่เข้าถึงง่ายและจริงใจ เปรียบเสมือนบทสนทนาที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความหมายในทุกจิบ เป็นรสชาติที่ทิ้งความประทับใจไว้ในความทรงจำมากกว่าแค่ความอร่อยเพียงชั่วครั้งชั่วคราวครับ

เจ้าของมีความรู้เรื่องกาแฟอย่างลึกซึ้ง อย่างที่เขาบอกเองว่า ทุกขั้นตอนในการชงกาแฟหนึ่งแก้วล้วนสำคัญ ตั้งแต่การบดเมล็ดกาแฟ การจับเวลาชงเอสเปรสโซ่ ไปจนถึงการตีฟองนม ทุกอย่างต้องพอดิบพอดีเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดที่จะส่งผลต่อรสชาติของกาแฟแก้วนั้น

สิ่งที่พิเศษสำหรับร้านนี้ที่ทางเรามองคือ ไม่มีเมนูกาแฟแนะนำ หรือ Signature เพราะทุกแบบมีความอร่อย เลือกแบบไหนก็ได้ที่คุณชอบรสชาติดีแน่นอน

นอกจากนั้นยังมี ชาเขียวมัทฉะ ชาไทย และน้ำเชื่อมกุหลาบ ก็เป็นเมนูเครื่องดื่มที่มีคนชมว่ารสชาติดี ลงตัว ไม่แพ้กาแฟเลย

เรื่องบรรยากาศและการบริการ:

ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบความเป็นกันเองของคุณลุงคุณป้าเจ้าของร้าน ที่บริการด้วยรอยยิ้ม อัธยาศัยดี และใส่ใจสุขอนามัย (ครัวเป็นแบบเปิด มองเห็นความสะอาดได้ชัดเจน)

สถานที่ถึงจะเล็กแต่ร่มรื่น เป็นเหมือนโอเอซิสเล็กๆ ริมทาง ห้องน้ำก็สะอาดมาก และที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบายสำหรับนักเดินทางจริงๆ

สรุป

หากคุณกำลังเดินทางผ่านอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย และกำลังมองหาจุดพักรถที่ไม่ได้มีดีแค่รสชาติกาแฟ แต่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวและจิตวิญญาณของคนทำ Wee Coffee คือหมุดหมายที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ร้านแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ร้านกาแฟหรือร้านอาหารโฮมเมดทั่วไป แต่นี่คือพื้นที่ที่บ่มเพาะประสบการณ์กว่า 30 ปีของคุณต่อ เจ้าของร้านผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ตำนานร้านกาแฟสดรถเข็นเจ้าแรกของประเทศ” จากย่านสะพานเหล็ก กรุงเทพฯ สู่ร้านเล็ก ๆ แสนอบอุ่นในอำเภอพาน ทุกแก้วที่เสิร์ฟผ่านมือของคุณต่อ คือผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นที่ชงมาแล้วมากกว่าครึ่งล้านแก้ว คุณจะได้สัมผัสกับกาแฟรสชาติเข้มข้นที่ผ่านการคัดสรรเมล็ดและชงอย่างละเมียดละไมโดยใช้อุปกรณ์ที่พัฒนาขึ้นเองเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

นอกจากกาแฟรสเยี่ยมที่เป็นหัวใจหลักแล้ว ที่ Wee Coffee ยังมี พิซซ่าโฮมเมดแป้งบางกรอบ ที่หลายคนติดใจ ด้วยความตั้งใจในการคัดสรรวัตถุดิบและปรุงแต่งอย่างไม่เสียดายของ ทำให้ทุกคำที่ทานคือความคุ้มค่าที่สัมผัสได้จริง

สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อมาเยือน Wee Coffee:

  • รสชาติแห่งประสบการณ์: จิบกาแฟที่ชงด้วยความชำนาญระดับปรมาจารย์ ที่ส่งต่อจากยุคบุกเบิกกาแฟสดของไทยมาถึงปัจจุบัน
  • ความเป็นกันเองที่หาได้ยาก: ร้านที่บริหารงานโดยคุณต่อและภรรยาแบบครอบครัว คุณจะได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และหากคุณเป็นคอกาแฟหรือชื่นชอบการเดินทาง คุณสามารถชวนคุณต่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องกาแฟ หรือเรื่องรถมอเตอร์ไซค์คลาสสิกที่เขาหลงใหลได้ตลอดเวลา
  • อาหารโฮมเมดในราคามิตรภาพ: พิซซ่าและอาหารที่ทำอย่างละเมียดบรรจงในราคาที่เป็นกันเอง ให้คุณอิ่มท้องได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่เกินตัว

ข้อแนะนำเล็กน้อยก่อนแวะมา: ร้านนี้เป็นร้านโฮมเมดที่ทำกันเองสองคน ดังนั้นเรื่องความรวดเร็วอาจจะไม่เทียบเท่ากับแฟรนไชส์ขนาดใหญ่ หากลูกค้ามาพร้อมกันหลายโต๊ะอาจต้องใจเย็นและให้เวลากับการรอคอยสักนิด เพราะทุกเมนูคือการปรุงสดใหม่ด้วยความตั้งใจ เพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุดตามมาตรฐานที่คุณต่อยึดถือมาตลอด 30 ปี

หากคุณเป็นนักเดินทางที่ให้ความสำคัญกับ “รสชาติ ความใส่ใจ และคุณค่าของงานฝีมือ” มากกว่าความหรูหราของบรรยากาศ Wee Coffee คือร้านที่จะทำให้การเดินทางของคุณมีความหมายและอบอุ่นใจขึ้นอย่างแน่นอน

ผ่านไปผ่านมาทางอำเภอพาน อย่าลืมแวะมาพักดื่มกาแฟ ชิมพิซซ่าโฮมเมด และทักทาย “เจ้าพ่อยกนิ้ว” ตัวจริงเสียงจริงกันนะครับ ที่ Wee Coffee รับรองว่าความหอมกรุ่นและเรื่องราวของร้านนี้ จะทำให้คุณต้องกลับมาซ้ำอีกแน่นอน!

Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee
Wee coffee

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *